การผลิตและการแปรรูปอาหารปลาสวยงามเพื่อสร้างมูลค่าสูงจากไหมป่า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการพัฒนาใช้ไหมอีรี่เป็นวัตถุดิบในอาหารปลาสวยงาม วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยทดลองเลี้ยงปลาสวยงาม 3 ชนิด คือ ปลาทอง ปลาหมอสี และปลาออสการ์ ด้วยอาหารระดับโปรตีน 36 เปอร์เซ็นต์ มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 0 25 50 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงปลาทองขนาดน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 0.75 กรัม และความยาวเฉลี่ยตัวละ 2.07 เซนติเมตร ในถังพลาสติกความจุ 50 ลิตร เป็นเวลา 40 วัน พบว่าระดับของดักแด้ไหมอีรี่ที่ผสมในอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตและอัตรารอดของปลาทองไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.01) โดยปลาทองที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 75 เปอร์เซ็นต์ มีการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักดีที่สุด คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 4.8017 ? 0.3213 กรัม/ตัว รองลงมาได้แก่ปลาทองที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 50 0 25 และ 100 เปอร์เซ็นต์ คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 4.4662 ? 0.7782 4.2928 ? 0.5237 4.2906 ? 0.1570 และ 4.2746 ? 0.5327 กรัม/ตัว ตามลำดับ สำหรับอัตรารอดพบว่าปลาทองที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ มีอัตรารอดดีที่สุด คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 83.33 ? 15.28 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาได้แก่ปลาทองที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 25 100 50 และ 75 เปอร์เซ็นต์ คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 80.00 ? 10.00 73.33 ? 5.77 70.00 ? 0.00 และ 70.00 ? 0.00 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ปลาหมอสีขนาดน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 0.90 กรัม และความยาวเฉลี่ยตัวละ 3.67 เซนติเมตร เลี้ยงในบ่อซิเมนต์ความจุ 200 ลิตร เป็นเวลา 100 วัน พบว่าระดับของดักแด้ไหมอีรี่ที่ผสมในอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตและอัตรารอดของปลาหมอสีไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.01) โดยปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 25 เปอร์เซ็นต์ มีการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักดีที่สุด คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 17.6833 ? 2.8406 กรัม/ตัว รองลงมาได้แก่ปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 0 50 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 16.0700 ? 1.8720 14.4833 ? 4.5428 14.0200 ? 2.5545 และ 11.2800 ? 1.9942 กรัม/ตัว ตามลำดับ สำหรับอัตรารอดพบว่าปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 50 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ มีอัตรารอดดีที่สุด คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 96.67 ? 5.77 เปอร์เซ็นต์ เท่ากัน รองลงมาได้แก่ปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 0 และ 25 เปอร์เซ็นต์ คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 90.00 ? 17.32 และ 86.67 ? 11.55 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ปลาออสการ์ขนาดน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 2.61 กรัม และความยาวเฉลี่ยตัวละ 5.17 เซนติเมตร เลี้ยงในบ่อซิเมนต์ความจุ 200 ลิตร เป็นเวลา 100 วัน พบว่าระดับของดักแด้ไหมอีรี่ที่ผสมในอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตและอัตรารอดของปลาออสการ์ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.01) โดยปลาออสการ์ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ มีการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักดีที่สุด คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 28.5783 ? 3.3894 กรัม/ตัว รองลงมาได้แก่ปลาออสการ์ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 0 75 25 และ 100 เปอร์เซ็นต์ คือมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยเท่ากับ 26.9983 ? 5.9069 26.1150 ? 3.0875 24.6750 ? 3.6172 และ 21.9067 ? 2.0598 กรัม/ตัว ตามลำดับ สำหรับอัตรารอดพบว่าปลาออสการ์ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนในระดับ 0 และ 25 เปอร์เซ็นต์ มีอัตรารอดดีที่สุด คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 93.33 ? 11.55 เปอร์เซ็นต์ เท่ากัน รองลงมาได้แก่ปลาออสการ์ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดักแด้ไหมอีรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในระดับ 50 100 และ 75 เปอร์เซ็นต์ คือมีอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 86.67 ? 11.55 80.00 ? 20.00 และ 73.33 ? 11.55 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ