การพัฒนาและจัดทำแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับการเลี้ยงไหมอีรี่เพื่อสนับสนุนการผลิตรังไหมสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอและอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันมีเกษตรกรที่มีการเลี้ยงไหมอีรี่และมีการพัฒนาจนสามารสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นของกลุ่ม แต่ยังอยู่ในวงจำกัดมาก เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนยังรอการสนับสนุนไข่จากภาครัฐ จากงานวิจัยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการถ่ายทอดระบบการผลิตไข่สู่กลุ่มเกษตรกร ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมมีหนอนไหมที่แข็งแรงไว้เลี้ยง สามารถสร้างผลผลิตรังไหมมากขึ้น แต่ปริมาณผลผลิตที่ออกมายังไม่สม่ำเสมอ ในงานวิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการเลี้ยงไหมอีรี่ตามมาตรฐานแนวปฏิบัติที่ดีของการเลี้ยงไหมอีรี่สู่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่ ผ่านการฝึกอบรมถ่ายทอด กระบวนการเลี้ยงและการจัดการไหมอีรี่ทุกขั้นตอน ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่จนสามารถผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (KU Standard) หมายเลข 001/2564 เรื่อง "ข้อบังคับสำหรับกระบวนการผลิตรังไหมอีรี่" (REGULATIONS FOR ERI SILK COCOON PRODUCTION) รวมถึงมีการถ่ายทอดและขยายผลองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการเลี้ยงไหมอีรี่ไปยังเกษตรกรในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดเชียงราย แพร่ และน่าน เป็นต้น พร้อมทั้งศึกษาเรื่องคุณภาพของดักแด้ไหมอีรี่หลังการอบแห้ง เพื่อทราบถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวรังไหมอีรี่อยู่ที่อายุการเก็บเกี่ยว 9 วัน โดยมีสภาวะที่เหมาสมในการอบแห้งด้วยวิธีไมโครเวฟแบบสุญญากาศที่มีค่าปริมาณความชื้น, ค่าปริมาณน้ำอิสระ และปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มผช. 721/2548 (มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จิ้งหรีดทอด) คือ ใช้กำลังไฟฟ้า 2400 วัตต์ เวลา 12 นาที และเมื่อศึกษาคุณภาพของดักแด้ไหมอีรี่หลังการอบแห้งพบว่าในทุกสภาวะอบแห้งที่ใช้ไม่มีความแตกต่างในด้านของสี และค่าความแข็ง มีเพียงดักแด้ที่เก็บเกี่ยววันที่ 11 ที่มีค่าความกรอบมากที่สุด เมื่อวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนพบว่าดักแด้ที่เก็บเกี่ยวในวันที่ 9 ส่งผลให้มีปริมาณโปรตีนสูงที่สุด คือมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 60.88 จึงสรุปได้ว่าการอบแห้งรังไหมอีรี่ที่อายุ 9 วันด้วยเตาอบไมโครเวฟสุญญากาศที่ 2400 วัตต์ นาน 12 นาที สามารถทำให้ได้ดักแด้ที่มีปริมาณโปรตีนสูงที่สุด มีปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด, ปริมาณน้ำอิสระ และปริมาณความชื้นน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และพบฮีสตามินเพียง 5.7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ ต่อไปได้