ประสิทธิผลของการผลิตเส้นไหมยืนจากรังไหมพันธุ์ไทยลูกผสมโดยใช้อุปกรณ์สาวไหมแบบต่างๆ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้วิธีการผลิตเส้นไหมยืนจากรังไหมพันธุ์ไทยลูกผสม (พันธุ์ J108 x นางลายสระบุรี) ที่เหมาะสมกับฟันหวีขนาด 1,800 ช่อง โดยใช้อุปกรณ์สาวไหมแบบต่างๆ จำนวน 3 วิธี ได้แก่ พวงสาวไหมเด่นชัย1สาวเข้าอัก พวงสาวไหมแบบปรับปรุงสาวเข้าเหล่ง และเครื่องสาวไหมขนาดเล็กติดมอเตอร์ไม่เกิน 5 แรงม้า ดำเนินการที่จังหวัดมหาสารคาม ชุมพร และชัยภูมิ ตามลำดับ และมีการผลิตเส้นไหมยืน 3 ขนาด คือ เส้นไหมขนาด 60 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ เส้นไหมขนาด 60 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ควบ 2 เส้น และเส้นไหมขนาด 120 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นนำเส้นไหมที่ได้ไปทดสอบขึ้นเส้นยืนและทอด้วยกี่กระทบ เก็บข้อมูลชั้นคุณภาพของเส้นไหมดิบ ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เส้นไหมดิบ เล่ม 2 : เส้นไหมสาวด้วยเครื่องจักร (มกษ. 8002-2556) เก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตเส้นไหมยืน ประสิทธิภาพในการใช้เส้นไหมยืน และความพึงพอใจของผู้ใช้เส้นไหมและผู้ทอ ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ระหว่างเดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2564 ผลการทดลอง พบว่า เส้นไหมยืนลอกกาวพร้อมใช้ที่ผลิตจากการสาวเส้นไหมผ่านพวงสาวไหมเด่นชัย1สาวเข้าอัก มีต้นทุนการผลิต 2,653.47 2,651.95 และ 2,390.05 บาท/กิโลกรัม เส้นไหมยืนลอกกาวพร้อมใช้ที่ผลิตจากการสาวเส้นไหมด้วยพวงสาวไหมปรับปรุงเข้าเหล่ง มีต้นทุนการผลิต 2,050.25 2,009.27 และ 1,662.45 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ และเส้นไหมยืนลอกกาวพร้อมใช้ที่ผลิตจากการสาวเส้นไหมด้วยเครื่องสาวไหมขนาดเล็กติดมอเตอร์ มีต้นทุนการผลิต 1,948.31 2,009.20 และ 1,517.91 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ คุณภาพของเส้นไหมที่ผลิตจากทั้ง 3 วิธี เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ เส้นไหมขนาด 60 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ มีความสม่ำเสมอของขนาด ความเรียบ และความสะอาดของเส้นไหมต่ำ และเมื่อนำเส้นไหมดังกล่าวมาควบและตีเกลียว เส้นไหมจะมีความสม่ำเสมอของขนาด ความเรียบ และความสะอาดมากขึ้น ใกล้เคียงกับเส้นไหมขนาด 120 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกรผู้สาวเส้นไหมที่มีความพึงพอใจต่อการสาวเส้นไหมขนาด 120 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุด ขณะที่ความพึงพอใจของเกษตรผู้ทอผ้าไหมที่มีต่อการใช้เส้นยืนทั้ง 3 ขนาด มีความพึงพอใจต่อเส้นไหมขนาด 120 ดีเนียร์ +-10 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุด