การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีต้นแบบเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่กึ่งอัตโนมัติระดับครัวเรือน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากปัญหาในกระบวนการสาวไหมให้เป็นเส้นนั้นทำได้ยากและเกษตรกรต้องใช้ความชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าความเร็วในการหมุนเครื่องสาวไหมไม่เหมาะสมก็จะทำให้เส้นไหมขาดหรือไม่สามารถปั่นเป็นเส้นได้ ดังนั้นเพื่อให้กระบวนการสาวไหมหรือปั่นไหมมีความต่อเนื่องและมีขนาดสม่ำเสมอกันจำเป็นต้องมีการควบคุมความเร็วของเครื่องสาวไหมให้เหมาะสมกับเกษตรกรที่มีความชำนาญต่างกัน ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวความคิดพัฒนาเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่กึ่งอัตโนมัติที่สามารถปรับความเร็วในการหมุนปั่นเส้นไหมให้เหมาะสมกับความชำนาญของเกษตรแต่ละคน เพื่อให้เส้นไหมมีขนาดสม่ำเสมอกัน ลดระยะเวลาในกระบวนการสาวไหม และได้เส้นไหมที่มีคุณภาพ ต้นกำลังระบบขับเคลื่อนใช้ฮับมอเตอร์กระแสตรง 36 โวลต์ ขนาด 250 วัตต์ ที่สามารถปรับความเร็วรอบได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน เป็นตัวขับเคลื่อนตัวปั่น โดยส่งกำลังผ่านไปยังเพลาขับสายพานเพื่อหมุนชุดปั่น ทำหน้าที่ปั่นขึ้นเส้นไหมอีรี่และสามารถปั่นตีเกลียวไหมบ้านและไหมอีรี่ได้ และพัฒนาโครงสร้างของเครื่องสาวไหมให้มีลักษณะเหมือนเครื่องสาวไหมแบบดั้งเดิมผลการทดสอบเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่กึ่งอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เทียบกับแบบดั้งเดิม พบว่าอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่สามารถทำงานได้กว้างกว่า ผู้ที่เริ่มต้นก็สามารถปรับความเร็วรอบให้ต่ำและปั่นได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพสูงกว่าแบบดั้งเดิม จากผลการทดลองจะเห็นว่าอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่สามารถปรับความเร็วรอบการทำงานได้ตั้งแต่ 100 – 3,000 รอบ/นาที ทดสอบที่ความเร็วรอบ 6 ระดับ คือ 1,000, 1,200, 1,400, 1,600, 1,800, 2,000 และ 2,200 รอบ/นาที โดยผลการทดสอบที่ระดับความเร็ว 2,200 รอบ/นาที มีอัตราการทำงานสูงสุดเป็น 35.58 กรัม/ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นเพราะอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาเกษตรกรสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเหยียบตลอดเวลา สามารถเหยียบสวิตช์เท้าและปล่อยเมื่อต้องการ อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ สามารถทำงานได้สูงกว่าแบบเดิมถึง 1.5 เท่า ที่ประสิทธิภาพเชิงวัสดุ 96% อีกทั้งอุปกรณ์ยังสามารถกรอเส้นด้ายอัตโนมัติได้ภายในเครื่องเดียว เป็นการลดขั้นตอนลง ไม่ต้องย้ายกระสวยจากเครื่องปั่นไปยังเครื่องกรอเหมือนในอดีต ซึ่งหลังจากการกรอเข้าหลอดแล้วสามารถนำหลอดกรอไปเข้าเครื่องทอผ้าต่อได้ในทันที หรือนำหลอดกรอไปมัดทำลวดลายผ้าต่อไป