การลดความสูญปล่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทอผ้าไหมกาบบัวกรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนบ้านปะอาว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความสูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทอผ้าไหมกาบบัว จากกรณีศึกษาพบว่า กระบวนการทอผ้าไหมมีทั้งหมด 7 กิจกรรมหลัก ผู้วิจัยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ศึกษาขั้นตอนในแต่ละกระบวนการผลิต พบปัญหาในกระบวนการสาวไหมและกระบวนการกวักไหม นำมาสู่การวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิตด้วยความสัมพันธ์ระหว่างปัญหากับสาเหตุทั้งหมดที่เป็นไปได้ด้วยหลักการ 5W1H และ Why-Why Analysis รวมไปถึงวิเคราะห์ความสูญเปล่า (7 wastes) พบว่ามีปัญหาจากขั้นตอนการทำงานมากเกินไป วิธีการทำงานซับซ้อน และเวลาที่ใช้ในการทำงานมากเกินไป ผู้ศึกษาใช้เทคนิคการปรับปรุงงาน (ECRS) มาประยุกต์ใช้ออกแบบวิธีการแก้ไขคือ การสร้างเครื่องมือ/อุปกรณ์ช่วยในการสาวไหม และการกวักไหม โดยการออกแบบเครื่องมือจากขั้นตอนการทำงานจริงของพนักงาน ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำเครื่องมือไปทดลองใช้พบว่า เครื่องสาวไหม สามารถเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิม 1,000 กรัมต่อวัน เป็น 2,000 กรัมต่อวัน คิดเป็น 100% ของกำลังการผลิต สามารถลดจำนวนพนักงานจากเดิมต้องใช้ 2 คน เหลือ 1 คน นอกจากนี้พบว่าผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านปะอาวในการใช้เครื่องอยู่ในระดับดี ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองใช้เครื่องกวักไหมพบว่า ก่อนปรับปรุง กระบวนการกวักไหมใช้แรงงานคนในการกวักไหมจากกงย้ายไปพันสลับซ้ายและขวารอบอัก โดยเส้นไหม 200 กรัม ใช้เวลาประมาณ 70 นาที หลังการปรับปรุง โดยใช้เครื่องกวักไหมพบว่า ไม่ต้องใช้แรงงานคนในการกวักไหม เส้นไหม 200 กรัม ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ทำให้รอบเวลาในการกวักไหมดีขึ้น 42.86% ลดความสูญเปล่าจากการรอคอย