การพัฒนาโมเดลธุรกิจและเครือข่ายความร่วมมือของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านล่องมุด จังหวัดสงขลา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านล่องมุด จังหวัดสงขลา 2) พัฒนาโมเดลธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านล่องมุด จังหวัดสงขลา และ 3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านล่องมุด จังหวัดสงขลา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า 1. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านล่องมุดมีปัญหาการดำเนินงานที่สำคัญ 2 ประการคือ 1) การบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ สาเหตุเกิดจากสมาชิกไม่เข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการ ขาดการสื่อสารที่เป็นทางการ และกฎระเบียบไม่ชัดเจน และ 2) สินค้าผลิตไม่ทัน สาเหตุเกิดจากช่างทอมีไม่เพียงพอ อุปกรณ์การทอชำรุด และการส่งมอบสินค้าไม่เป็นไปตามลำดับ 2. การวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดผืนผ้าใบแบบลีน (Lean Canvas) เป็นโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้วิสาหกิจมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นอกจากนี้ได้ใช้แนวคิดการวิเคราะห์ความสูญเปล่าทั้ง 8 ประการ (7 Mudas plus 1) ผลการวิจัยพบความสูญเปล่าประกอบด้วย ผ้าทอมีตำหนิและการทอไม่ได้มาตรฐาน (Defect) การรอคอยวัตถุดิบ (Waiting) การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าไม่ได้มาตรฐาน (Inventory) ตำแหน่งและการจัดวางอุปกรณ์การทอไม่เหมาะสม (Motion) การกระจายหน้าที่งานและการจัดการกลุ่มที่ไม่เป็นระบบ (Excess processing)และขาดการพัฒนาความรู้ความสามารถที่เกิดจากความต้องการของสมาชิก (Non-utilized Talent) และการวิเคราะห์ปัญหาด้วยสายธารคุณค่า (Value Stream) พบว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าประกอบด้วยการรับคำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า การจัดหาวัตถุดิบหรือเตรียมการผลิตสินค้า การผลิตและการแปรรูป การจัดเก็บสินค้า ระบบการชำระค่าสินค้า การบริหารจัดการต้นทุนของวิสาหกิจ และการตลาด 3. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือประกอบด้วยกิจกรรม 1) การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2) การจัดตั้งเครือข่าย และ 3) การดำเนินการและประเมินผล โดยมีแผนความร่วมมือการขับเคลื่อนเครือข่ายในกิจกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมทั้งมีการกำหนดผู้รับผิดชอบ (key actors) ผลการประเมินการเปลี่ยนแปลงของวิสาหกิจพบว่า การเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนการผลิต และด้านการรับคำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับสูง ด้านสภาวะหนี้สิน ด้านต้นทุนการผลิต ด้านระยะเวลาการทอ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับปานกลาง และด้านระบบบัญชี ด้านการตัดเย็บ ด้านรายได้จากการทอ และด้านความมีชื่อเสียง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับน้อย