การประยุกต์ใช้โปรตีนไฮโดรไลเซทจากน้ำนึ่งปลาแมคเคอเรล ในการผลิตอาหารต้นทุนต่ำเลี้ยงปลานิล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซทจากน้ำนึ่งปลาแมคเคอเรลโดยการย่อยสลายด้วย 6M กรดไฮโดรคลอริก ปริมาตรต่างกัน ที่อุณหภูมิ 50 และ 60 องศาเซลเซียส และคัดเลือกน้ำนึ่งปลาไฮโดรไลเซทที่เหมาะสมนำไปใช้ทดแทนโปรตีนจากปลาป่นที่ระดับต่างกันในอาหารเลี้ยงปลานิล เพื่อศึกษาการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้โปรตีน องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อปลา ค่าองค์ประกอบเลือด ลักษณะทางเนื้อเยื่อของตับ อัตราการรอดตาย และต้นทุนอาหารต่อผลผลิต โดย ได้ศึกษาระดับของการใช้น้ำนึ่งปลาไฮโดรไลเซททดแทนโปรตีนจากปลาป่นในสูตรอาหารต่างกัน 6 ระดับ (สูตรที่ 1-6) คือ 0, 10, 20, 30, 40 และ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดให้มีระดับโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ เท่ากันทุกสูตร และมีอาหารเม็ดสำเร็จรูป (สูตรที่ 7) เป็นสูตรเปรียบเทียบ นำไปเลี้ยงปลานิลน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 28.67+2.35 กรัม เป็นเวลา 6 เดือน พบว่า ที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ (สูตรที่ 2) มีการเจริญเติบโตสูงที่สุด ทั้งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ รองลงมาคือ ที่ระดับ 1, 4, 3, 5, และ 6 ตามลำดับ (p>0.05) ส่งผลให้ปริมาณโปรตีนในเนื้อปลานิลเพิ่มสูงขึ้น และไขมันลดต่ำลงมากกว่าสูตรเปรียบเทียบ และทุกระดับของการใช้น้ำนึ่งปลาไฮโดรไลเซทไม่มีผลต่อพยาธิสภาพในเซลล์ตับ และค่าองค์ประกอบเลือด รวมทั้งอัตราการรอดตาย ดังนั้น จากการทดลองสรุปได้ว่า การใช้น้ำนึ่งปลาไฮโดรไลเซททดแทนโปรตีนจากปลาป่นในสูตรอาหารที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลานิล ทั้งในด้านการเจริญเติบโต และด้านเศรษฐศาสตร์ โดยมีราคาอาหารต่อกิโลกรัมต่ำสุดเท่ากับ 29.92 บาทต่อกิโลกรัม สามารถลดต้นทุนค่าอาหารต่อผลผลิตของปลานิลได้เท่ากับ 19.05 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็น 38.00 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปจากตลาด