การศึกษาสภาวะที่ใช้ในการสกัดแคลเซียมจากกระดูกปลานิล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้นร้อยละ 1, 2, 3 และ 4 ในการแช่กระดูกปลานิล จากนั้นนำกระดูกปลานิลที่ผ่านการแช่สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ไปวิเคราะห์ค่าปริมาณโปรตีน ไขมัน เถ้า และค่าสี พบว่ากระดูกปลานิลที่ผ่านการแช่สารละลาย โซเดียมไฮดรอกไซด์ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ มีค่า โปรตีน ไขมัน เถ้า และค่าสี แตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (ps0.05) โดยพบว่าสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้นร้อยละ 4 มีค่า ปริมาณโปรตีน ไขมัน เถ้า น้อยสุด และมีค่าความสว่าง (L สูงสุด และจากการศึกษาสภาวะอุณหภูมิ 120 125 และ 130 องศาเซลเซียสโดยใช้หม้อนึ่งความดันไอ และระยะเวลา 30 60 และ 90 นาทีใน การสกัดแคลเซียมจากกระดูกปลานิล จากนั้นนำกระดูกปลานิลไปวิเคราะห์ค่าสี ปริมาณน้ำอิสระ ความชื้นและปริมาณแคลเซียม พบว่ากระดูกปลานิลที่ผ่านการให้ความร้อนที่อุณหภูมิและระยะเวลาที่ แตกต่างกันมีค่าสี ปริมาณน้ำอิสระและปริมาณความชื้น ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (๖>0.05) และพบว่าการใช้อุณหภูมิ 125 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที มีปริมาณแคลเซียมสูงสุด โดย มีค่าปริมาณแคลเซียมเท่ากับร้อยละ 21.57 จากการศึกษาอายุการเก็บรักษาของผงสกัดแคลเซียมที่ อุณหภูมิ 35 40 และ 45 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 4 เดือน พบว่าผงสกัดแคลเซียมมีแนวโน้มค่า ปริมาณความชื้น ค่าปริมาณน้ำอิสระ และค่ากรดไรโอบาร์บีทูริค และจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดเพิ่มขึ้น เล็กน้อยตลอดอายุการเก็บรักษา