นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร สุขภาพผิว และผมสำหรับผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้ดำเนินการศึกษาเรื่อง นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร สุขภาพผิว และผมสำหรับผู้สูงอายุ โดยการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ตอนที่ 1 การตรวจสอบไมโครไบโอต้าในอาสาสมัคร ตอนที่ 2 ศึกษาการพัฒนาตำรับตัวพาไขมันอนุภาคนาโนที่มีส่วนผสมของน้ำมัน สำหรับการใช้ด้านเวชสำอาง และตอนที่ 3 การศึกษาสมบัติของสารพฤกษเคมีในการฟื้นฟูและส่งเสริมความแข็งแรงของเส้นผมของผู้สูงอายุที่มีปัญหา ไมโครไบโอต้าในลำไส้ ซึ่งครอบคลุมประชากรแบคทีเรียหลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่ต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของโฮสต์ โดยต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างโฮสต์และจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อช่วยเสริมหน้าที่ในกระบวนการเมตาบอลิซึม และภูมิคุ้มกันได้อย่างเหมาะสม และป้องกันการพัฒนาของโรคต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ของคนไทยที่มีสุขภาพดี ผู้ที่มีภาวะเบาหวาน อ้วน ไขมันในเลือดสูง และผู้อายุ ซึ่งถูกคัดเลือกเข้าโครงการวิจัย จำนวนทั้งหมด260 คน วิธีการศึกษาดำเนินการโดยเก็บตัวอย่างอุจจาระของอาสาสมัคร นำมาสกัดดีเอ็นเอ (DNA) ของจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียและวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์ บนยีน 16s rRNA โดยใช้เทคโนโลยี Next-generation sequencing และวิเคราะห์ข้อมูลองค์ประกอบของไมโครไบโอต้าโดยจำแนกประเภทอนุกรมวิธานของจุลินทรีย์ซึ่งแสดงจำนวน OTUs ในระดับไฟลัม (Phylum)โดยใช้ QIIME 2.0TMจากการกำหนดอนุกรมวิธานในระดับไฟลัม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีความโดดเด่นและพบมากในอาสาสมัครสุขภาพดี อยู่ในกลุ่ม Firmicutes (n = 373139), Bacteroidota (n = 361985), Proteobacteria (n = 109888), Fusobacteriota (n = 47986) ตามลำดับ ในอาสาสมัครเบาหวาน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีความโดดเด่นและพบมากในกลุ่ม Firmicutes (n = 295454), Proteobacteria (n = 115541), Bacteroidota (n = 93982), Actinobacteria (n = 28283) ตามลำดับ ในอาสาสมัครที่มีภาวะอ้วน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีความโดดเด่นและพบมากในกลุ่ม Firmicutes (n = 524864), Bacteroidota (n = 179531), Proteobacteria (n = 63829), Actinobacteria (n = 44238), Verrucomicrobiota (n = 31039), Fusobacteriota (n = 12609), Cyanobacteria (n = 4784)ตามลำดับ ในอาสาสมัครคลอเลสเตอรอลสูง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีความโดดเด่นและพบมากในกลุ่มBacteroidetes (n = 38,571), Firmicutes (n = 29,998), Verrucomicrobia (n = 3416), Proteobacteria (n = 2301), Fusobacteria (n = 1582), Actinobacteria (n = 714), Cyanobacteria (n = 66), Euryarchaeota (n = 22), Synergistetes (n = 18), Lentisphaerae (n = 6), TM7 (n = 4) ตามลำดับ ในอาสาสมัครผู้สูงอายุ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีความโดดเด่นและพบมากในกลุ่ม Firmicutes (n = 100083), Bacteroidota (n = 50001), Proteobacteria (n = 48893), Actinobacteria (n = 13231), Verrucomicrobiota (n = 9305) ตามลำดับ ดังนั้นการศึกษานี้จะทำให้ทราบองค์ประกอบไมโครไบโอมในลำไส้ของผู้ที่มีสุขภาพดีกับไมโครไบโอมในลำไส้ของผู้ที่มีภาวะโรคต่างๆ ซึ่งอาจช่วยในการค้นพบสารตัวใหม่ที่ต่อต้านจุลินทรีย์ทำให้เกิดโรคโดยเฉพาะในโรคที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ตัวพาไขมันอนุภาคนาโนเป็นระบบนำส่งที่ประกอบด้วย ไขมันแข็ง และไขมันเหลวที่มีขนาดเล็ก ภายในบรรจุเอาสารสำคัญเอาไว้ได้ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นสำหรับใช้เป็นระบบนำส่งสารสำคัญที่จะเพิ่มความคงตัวและในขณะเดียวกันก็มีความปลอดภัยสูงซึ่งในการศึกษานี้จะศึกษาการพัฒนาตำรับตัวพาไขมันอนุภาคนาโนที่มีส่วนผสมของน้ำมันอาร์แกน และน้ำมันซีบัคธอร์นที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และต่อต้านอนุมูลอิสระแก่ผิวหนังผู้สูงอายุ โดยได้ศึกษาการพัฒนาตำรับโดยการออกแบบการทดลองด้วยแบบจำลองพื้นที่ผิวตอบสนอง (Response surface methodology) ด้วยแบบจำลองทางสถิติแบบ central composite design โดยมีตัวแปรต้นจำนวน 3 ตัว ตัวละ 3 ระดับได้แก่ ปริมาณไขมันแข็ง (X1) ร้อยละ 2.5, 5.0, และ 7.5 ในตำรับ ปริมาณสารลดแรงตึงผิว (X2) ร้อยละ 2.5, 5.0, และ 7.5 ในตำรับ และ ปริมาณ PEG400 ในสารลดแรงตึงผิว (X3) ร้อยละ 10, 20, และ 30 ของปริมาณสารลดแรงตึงผิวทั้งหมด และมีตัวแปรตามจำนวน 4 ตัวได้แก่ ขนาดอนุภาค (Y1), ดัชนีการกระจายอนุภาค (Y2), ศักย์ซีต้า (Y3), และ ประสิทธิภาพการกักเก็บ (Y4) ซึ่งพบว่าตำรับที่มีขนาดอนุภาคเล็กที่สุด ดัชนีการกระจายอนุภาคอยู่ในช่วง ค่าศักย์ไฟฟ้าที่ผิวอนุภาคน้อยที่สุด และมีร้อยละการกักเก็บสารสำคัญสูงที่สุดสำหรับกักเก็บน้ำมันอาร์แกนจะต้องมีปริมาณไขมันแข็ง และปริมาณสารลดแรงตึงผิว 4.03และ 4.46ของตำรับและมีปริมาณ PEG400 ในสารลดแรงตึงผิวเท่ากับร้อยละ 10.00 ของปริมาณสารลดแรงตึงผิวทั้งหมด สำหรับการกักเก็บน้ำมันซีบัคธอร์นจะต้องมีปริมาณไขมันแข็ง และปริมาณสารลดแรงตึงผิวเท่ากับร้อยละ 5.12และ 7.50 ของตำรับ และมีปริมาณ PEG400 ในสารลดแรงตึงผิวเท่ากับร้อยละ 30.00 ของปริมาณสารลดแรงตึงผิวทั้งหมด และเมื่อนำตำรับทั้งสองไปทดลองประสิทธิภาพการรักษาความชุ่มชื้น (Occlusive effect) พบว่าตำรับทั้งสองนั้นมีฤทธิ์ในการปกคลุมผิวมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อทำการทดสอบความคงสภาพด้วยสภาวะเร่งพบว่าตำรับทั้งสองไม่เกิดการแยกชั้น แต่อย่างไรก็ตามพบว่ามีดัชนีการกระจายอนุภาพสูงขึ้น และพบว่าเกิดการเสื่อมสลายของวิตามินอีหลังทำการทดสอบดังนั้นจึงควรเก็บรักษาตำรับทั้งสองในอุณหภูมิห้องที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง 8 – 25 องศาเซลเซียสในการแพทย์ทางเลือก สมอไทยถูกใช้เป็นส่วนผสมในตำรับบำรุงเส้นผมมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษโดยการแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน แต่ยังไม่มีการศึกษาที่พิสูจน์ผลของสมอไทยต่อเส้นผม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารละลายสมอไทยต่อความทนแรงดึงและความยืดของเส้นผมสามกลุ่มได้แก่ เส้นผมที่ไม่ผ่านการฟอกสี เส้นผมที่ฟอกสี 1 ครั้ง และเส้นผมที่ผ่านการฟอกสี 2 ครั้งโดยสารออกฤทธิ์ที่ทำการทดสอบคือ สารละลายสารสกัดสมอไทยที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 3 6 9 และน้ำปราศจากไอออนซึ่งถูกใช้ชุดตัวควบคุม เส้นผมปกติสีดำของผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านการฟอกหรือย้อมถูกวัดขนาดและวิเคราะห์ก่อนทำการฟอกสีด้วยสารฟอกสีที่ความเข้มข้นร้อยละ 12 เป็นจำนวน 1 ครั้ง และ 2 ครั้ง สารละลายสารสกัดสมอไทยทั้งสามความเข้มข้นและชุดควบคุมถูกใช้ทดสอบกับเส้นผมแต่ละกลุ่มภายใต้สภาวะควบคุม ความทนแรงดึงและความยืดของเส้นผมทั้งหมดถูกวัดและวิเคราะห์โดยใช้ด้วยเครื่องมือวัดลักษณะเนื้อสัมผัส เครื่องTexture Analyzer (TA.XT Plus Texture Analyzer, Stable Micro Systems), เครื่อง Aramo (Aramo-SG Skin & Hair analysis system) และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (SEM modelJSM-5410LV JEOL) ผลการศึกษาความแข็งแรงของเส้นผมพิสูจน์ให้เห็นว่าความความทนแรงดึงและความยืดของเส้นผมทั้งสามกลุ่มเพิ่มขึ้น เมื่อแช่ในสารสารละลายสารสกัดสมอไทยทุกความเข้มข้น (ร้อยละ 3, 6, และ 9) ภาพถ่ายกำลังขยายสูงโดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดถูกถ่ายบริเวณพื้นผิวเกล็ดผมและภาพตัดขวางของเส้นผม พบว่าสารสกัดสมอไทยเคลือบอยู่รอบเส้นผมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริเวณเกล็ดผมของเส้นผมที่ถูกททำลายจากการฟอกสี (เส้นผมที่ผ่านการฟอกสี 1 และ 2 ครั้ง) รูปแบบการแตกหักจากภาภตัดขวางแสดงให้เห็นว่าสารละลายสารสกัดสมอไทยช่วยเสริมความแข็งเรงให้เส้นผมทุกกลุ่ม สรุปได้ว่าสารละลายสารสกัดสมอไทยมีผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความทนแรงดึงและความยืดของกลุ่มเส้นผมที่ไม่ผ่านการฟอกสี เส้นผมที่ฟอกสี 1 ครั้ง และเส้นผมที่ผ่านการฟอกสี 2 ครั้ง ผลการศึกษาที่ได้พิสูจน์ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ใช้สมอไทยบำรุงเส้นผม นอกจากนี้ผลการศึกษาที่ได้ยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์เพิ่มเติมสารละลายสารสกัดสมอไทยในการเสริมสร้างความแข็งแรงในผมปกติที่ไม่ผ่านการฟอกสีและเส้นผมที่ผ่านการฟอกสี