การพัฒนานวัตกรรมโภชนาการจำเพาะบุคคล เพื่อให้ผู้บริโภคใช้เลือกรับประทานข้าวไทย เพื่อลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร โดยอาศัยลักษณะจุลชีพในลำไส้และปัญญาประดิษฐ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยที่อุดมด้วยสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดหลังรับประทาน การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน นอกจากจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่รับประทานในมื้อนั้นแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในที่หลากหลาย เช่น โรคประจำตัว ระดับอินซูลินในเลือด ค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมในเลือด เชื้อจุลินทรีย์ประจำถิ่นในลำไส้ และอาหารที่รับประทานเป็นประจำ เป็นต้น หากเราสามารถทำนายการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดได้ล่วงหน้า จะทำให้สามารถให้คำแนะนำในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร และช่วยส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงป้องกันเรื้อรังต่าง ๆ ได้ วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย คือ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดของการรับประทานข้าวไทย 4 ชนิด ได้แก่ หอมมะลิ ไรซ์เบอรี่ สินเหล็ก และข้าวสูตรผสม 3G (หอมมาลัยแมน ไรซ์เบอรี่ และปิ่นเกษตร+4) และอธิบายปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างบุคคลของระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานข้าว หลังจากนั้นจะนำปัจจัยเหล่านี้มาพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้ทำนายชนิดข้าวที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่องและปัญญาประดิษฐ์ อาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 36 ราย ถูกทดสอบระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดหลังรับประทานข้าวไทย 4 สายพันธุ์ โดยการวัดระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดหลังรับประทานข้าวไทย 4 สายพันธุ์ เปรียบเทียบกับสารละลายกลูโคส 50 กรัม พบค่าดัชนีน้ำตาลของข้าวแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน คือ ข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรี่ มีดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับสูง (74 และ71 ตามลำดับ) และ ข้าวสินเหล็กและข้าว 3G มีดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับปานกลาง (61 และ 67 ตามลำดับ) ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครแต่ละคน มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานข้าวที่แตกต่างกันแบบจำเพาะบุคคล โดยมีอาสาสมัครที่มีระดับน้ำตาลต่ำที่สุดหลังรับประทานข้าวหอมมะลิ จำนวน 10 คน (27.78%) และมีอาสาสมัครที่มีระดับน้ำตาลต่ำที่สุดหลังรับประทานข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวสินเหล็ก และ ข้าว 3G จำนวน 5 คน (13.89%), 13 คน (36.11%), และ 8 คน (22.22%) ตามลำดับ ปัจจัยที่อธิบายความแตกต่างระหว่างบุคคล ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานข้าว ได้แก่ ปริมาณและชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ (Faecalibacterium, Bacteroides, Agathobacter, Anaerostipes, Streptococcus, Butyricicoccus, Lactococcus, Alistipes และ Enterococcus), ส่วนสูงของอาสาสมัคร, ระดับของ Hb A1C % และระดับ Triglyceride (mg/dL) ในพลาสมา, ปริมาณสารอาหาร Carbohydrate (g) และ ไวตามินอี (mg) ในอาหารที่รับประทานเป็นประจำ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ถูกนำมาพัฒนาโปรแกรมทำนายชนิดข้าวที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่องและปัญญาประดิษฐ์ และได้นำไปพัฒนาเป็นเว็บไซต์แบบจำลองได้สำเร็จ โดยสามารถกรอกข้อมูลปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นลงในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์ประมวลผลว่าควรรับประทานข้าวชนิดใดเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้