กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวิจัยและพัฒนากระบวนการสกัดและผลิตโปรตีนทางเลือกและเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพในระดับต้นแบบกึ่งอุตสาหกรรมจากแหล่งวัตถุดิบและผลิตผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเกษตรที่มีศักยภาพประกอบด้วยปริมาณโปรตีนสูง เป็นการตอบโจทย์วิจัยด้านการเพิ่มการใช้ประโยชน์จากของเสียหรือผลิตผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ กากถั่วเหลืองจากอุตสาหกรรมผลิตน้ านมถั่วเหลือง (Okara) (Glycine max L.) กากเมล็ดพืชที่เหลือจากกระบวนการสกัดน้ ามัน เช่น กากร าข้าว (Defatted rice bran) (Oryza sativa L.) กากเมล็ดดาวอินคา (Plukenetia volubilis L.) และกากงาดำ(Sesamum indicum L.) รวมถึงแหล่งของโปรตีนคุณภาพอื่นๆที่มีศักยภาพสูงเช่นกัน ได้แก่ สาหร่ายน้ าหรือผ า(Wolffia globosa L.) และสาหร่ายสไปรูลิน่า ( Spirulina sp.) โดยทดสอบสภาวะการสกัดโปรตีนจากวัตถุดิบ เริ่มต้น ทดสอบสภาวะผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทส าหรับการผลิตในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot scale) ทดสอบการแยก Bioactive peptides โดยใช้เทคโนโลยีอัลตราฟิวเตรชั่นเมมเบรน จากนั้นท าการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพด้วย และฤทธิ์ในการป้องกันโรคด้วยเทคนิคต่างๆของ Protein hydrolysate และ Bioactive peptides ในหลอดทดลอง (in-vitro) และทดสอบความปลอดภัย/ความเป็นพิษของ Protein hydrolysate และ Bioactive peptides ในเซลล์สัตว์ทดลอง (in-vitro) การใช้เอนไซม์ในการไฮโดรไลซ์โปรตีนสามารถปรับปรุงโปรตีนหรือเปปไทด์ให้มีสมบัติเชิงหน้าที่ ได้แก่ การดูดซับน้ า การละลายน้ า การเกิดอิมัลชั่น ความคงตัวของอิมัลชั่น การเกิดโฟม และความคงตัวของโฟม และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของโปรตีนได้กล่าวคือการใช้เอนไซม์ สามารถปรับปรุงสมบัติของโปรตีนให้อยู่ในรูปของ Protein hydrolysate และ Bioactive peptides ได้แก่ การต้านอนุมูลอิสระและปรับปรุงคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของโปรตีนตั้งต้น โดยการใช้เอนไซม์ Alcalase (1%) ร่วมกับ Flavourzyme (3%) หรือ Protamex (3%) ในการย่อยหรือไฮโดรไลซ์โปรตีนจากวัตถุดิบเริ่มต้น และพบว่าเปปไทด์ขนาดต่างๆ ที่ได้จากการกรองผ่านเมมเบรนด้วยเทคนิค Ultrafiltration (UF) ได้ขนาดเปปไทด์ <3 kDa 3-5 kDa 5-10 kDa และมากกว่า10 kDa ส่งผลต่อคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระโดยขนาดโมเลกุลของเปปไทด์มีผลกับประสิทธิภาพในการขจัดอนุมูลอิสระโดยขนาดโมเลกุลของเปปไทด์ที่มีขนาดเล็กจะมีประสิทธิภาพในการขจัด อนุมูลอิสระได้ดีกว่าขนาดโมเลกุลของเปปไทด์ขนาดใหญ่ และโดยรวมพบว่า Protein hydrolysate และ Bioactive peptides จากวัตถุดิบแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพฤทธิ์ทางชีวภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส าคัญขึ้นกับขนาด ของเปปไทด์และชนิดของวัตถุดิบเริ่มต้น ได้แก่ ฤทธิ์การยับยั้งการท างานของเอนไซม์ DPP-4 การยับยั้งการท างานของเอนไซม์ HMG-CoA ฤทธิ์การยับยั้งการท างานของเอนไซม์ Trypsin และฤทธิ์การยับยั้งการท างานของเอนไซม์ Chymotrypsin ซึ่งบ่งบอกถึงคว ามสามา รถในด้านก ารป้องกันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเ รื้องรัง (NCD) เช่น antihypertensive, antioxidative, cholesterol-lowering effect และ antiobesity ซึ่งผลลัพท์จากงานวิจัยนี้ คือการต่อยอดในการน า Protein hydrolysate และ Bioactive peptides มาพัฒนาสูตรอาหารมูลค่าสูงและเครื่องดื่มฟังก์ชั่น ลดการพึ่งพาการน าเข้า และให้ประชาชนมาบริโภคอาหารฟังก์ชั่นที่วัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เมื่องานวิจัยนี้เสร็จสิ้นสามารถขยายผลงานวิจัยสู่การทดสอบต้นแบบได้ดังนี้ 1.ต้นแบบกระบวนการผลิตโปรตีนทางเลือกและเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช แมลงและสาหร่ายเซลล์เดียว ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรม 2.ผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนทางเลือกและเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช แมลงและสาหร่ายเซลล์เดียวในรูปแบบผงแห้งละเอียด ที่มีความปลอดภัยและมีข้อมูลพร้อมสำหรับการขอยื่นผลิตภัณฑ์เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น Novel foods 3. ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มฟังก์ชั่นและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนสูงจากพืช แมลงและสาหร่ายเซลล์เดียว อย่างน้อย 4 รูปแบบ ที่พร้อมถ่ายทอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ 4.ผลการทดสอบฤทธิ์ด้านชีวภาพและสมบัติด้านการเป็น functional ingredients ของโปรตีนที่พัฒนาขึ้นในสัตว์ทดลอง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภค
มีผลการทดสอบกระบวนการสกัดโปรตีนจากกากเมล็ดพืชที่ผ่านกระบวนการสกัดน้ำมันที่เป็นผลิตผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรมในระดับ Lab scale และขยายสู่ระดับ Pilot scale ได้แก่ เมล็ดดาวอินคาและเมล็ดงาดำ รวมถึงการสกัดโปรตีนจากแมลงเศรษฐกิจ เช่น จิ้งหรีด และนำมาผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์เพื่อการผลิต protein hydrolysate ในระดับห้องปฏิบัติการ พบว่าโปรตีนที่ได้มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระที่ทดสอบโดยวิธี DPPH, FRAP และ ABTS เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (มากกว่า 3 เท่าของโปรตีนสกัดเข้มข้น) และค่าความสามารถในการย่อย (In-vitro digestibility) เพิ่มขึ้น 2 เท่า รวมถึงคุณสมบัติเชิงหน้าที่ดีกว่าในโปรตีนสกัดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากการค้นคว้างานวิจัยเพิ่มเติมพบว่า protein hydrolysate มีฤทธิ์ทางชีวภาพเนื่องจากประกอบด้วย Bioactive peptides ในรูปแบบของสายเปปไทด์ผสม ดังนั้นหากต้องการนำมาแยกและให้เกิดความบริสุทธิ์ของ bioactive peptides มากขึ้นจำเป็นต้องมีการใช้เทคโนโลยีในการแยกและคัดเลือกขนากตามน้ำหนักโมเลกุลที่เฉพาะเจาะจงของสายเปปไทด์เพื่อทำให้เข้มข้นและบริสุทธิ์และนำมาทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพในหลอดทดลอง (In-vitro) และสัตว์ทดลอง (In-vivo) ของแต่ละ fraction ซึ่งจะทำให้งานวิจัยนี้เกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อนำมาต่อยอดเป็นกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม และจำเป็นต้องมีการทดสอบในคน (Clinical studies) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนาต่อยอดจากโปรตีนดังกล่าวสามารถเข้าสู่การขอมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness