การพัฒนาสารเคลือบผิวที่ทำจากไขผึ้งเพื่อใช้ในระบบการผลิตผลไม้เชิงการค้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาสารเคลือบผิวที่ทำจากไขผึ้งเพื่อใช้ในระบบการผลิตผลไม้เชิงการค้าได้ทำการทดลอง เคลือบผิวมะม่วงและสัมสายน้ำผึ้ง โดยมีวัดถุประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรที่หมาะสมในการผลิตปริมาณมากเพื่อ ใช้ในเชิงการค้ ที่สามารถก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (25-30 องศาเซลเซียส) ได้นานอย่างน้อย ! ปี และ สามารถนำไปใช้กับเครื่องเคลือบผิวที่ใช้ในทางการของสัมสาชน้ำผึ้งได้ผลการศึกษาพบว่า สูตรสาร เคลือบผิวที่เหมาะสมสำหรับเคลือบผิวมะม่วงประกอบด้วย น้ำ, เอทธานอล, ไขผึ้ง, กรดไอลิอิก, เรซิ่น และ สารสกัดจากขางมะม่วง อัคราส่วน 74.4, 15.0 ,0.2, 6.0, 4.0 0.4 และ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำคับ และสูตรสาร เคลือบผิวที่เหมาะสมสำหรับสัมสาขน้ำผึ้งประกอบคั่วย น้ำ,เอทธานอล, ไขผึ้ง, กรดไอลิอิก, เรซิ่น อัตราส่วน 74.6, 15.0 ,0.2, 6.0, 4.0 และ 0.4 เปอร์เซ็นต์ ตามสำดับ สารเคลือบผิวทั้งสองสูตรสามารถนำมา ขยายการผลิตให้ได้ครั้งละ ! ลิตร และสามารถก็บรักษาไว้ได้นานมากกว่า ! ปี โดยยังคงสมบัติของการเป็น สารเคลือบผิว เมื่อนำสารเคลือบผิวสำหรับสั่มไปทคสอบใช้กับเครื่องเคลือบผิวที่ใช้ในระบบการผลิตส้มเชิง การค้าจริง พบว่าสามารถใช้กับเครื่องได้ตี่เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เคลือบผิวทางการค้า เมื่อนำผลส้มที่ผ่านการ เคลือบผิวและเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 25 ไปทคสอบการขอมรับของผู้บริไภค พบว่าผู้บริโภคให้การยอมรับ คุณภาพของผลสัมที่ผ่านการเคลือบผิวที่เก็บรักษาไว้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ เมื่อนำผลสัมที่เคลือบผิวไปก็บรักษา ที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ผู้บริโภคยังคงให้การยอมรับคุณภาพจนกระทั่งเก็บรักษาไว้ได้นาน 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่หมาะสมสำหรับนำไปใช้เพื่อการส่งออก การทคสอบการใช้สารเคลือบผิวสำหรับมะม่วง กับเครื่องเคลือบผิวเชิงการค้าไม่ได้ทำการศึกบ1 เนื่องจากยังไม่มีเครื่องเคลือบผิวใช้สำหรับในระบบการผลิด มะม่วง