กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาผลของสารเคลือบผิวที่มีความเข้มข้นของไขผึ้งระดับต่างๆ กันต่อการยืดอายุการเก็บรักษา ของผลมะนาว โดยนำผลมะนาวที่ผ่านการแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที ก่อนนำมา เคลือบผิวผลด้วยไขผึ้งที่ระดับความเข้มข้น 0, 2, 4, 6, 8 และ 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำไปเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25 + 1 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80 - 85 เปอร์เซ็นต์ พบว่าการใช้สารเคลือบผิวผลมะนาวสามารถชะลอการ สูญเสียน้ำหนักได้ดีกว่าชุดที่ไม่ได้ใช้สารเคลือบผิว แต่จะเกิดกลิ่นผิดปกติในผลมะนาวชุดที่เคลือบผิวที่ระดับ ความเข้มข้น 8 และ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเก็บไว้เป็นเวลานานขึ้น ในขณะที่ผลที่ไม่ได้เคลือบผิวและเคลือบผิวที่ ความเข้มข้น 2, 4 และ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิดกลิ่นผิดปกติ การใช้สารเคลือบผิวจากไขผึ้งที่ความเข้มข้น 6 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลดีที่สุดโดยสามารถยืดอายุการวางจำหน่ายของผลมะนาวที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25+1 องศาเซลเซียส ได้นาน 26 วัน โดยไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพ ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารเคลือบผิวมะนาวจากไขผึ้งที่ผลิตในเชิงการค้า(จำนวน 2 สิตร) โดยนำไปทดสอบประสิทธิภาพสารเคลือบผิวมะนาวที่ความเข้มข้น 6 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับสารเคลือบผิว ที่ผลิตใช้สำหรับเคลือบผลส้ม (ไขผึ้งเข้มข้น 4 เปอร์เซ็นต์) และชุดควบคุม พบว่าสารเคลือบผิวที่ผลิตได้ยังคง ประสิทธิภาพในการเป็นสารเคลือบผิว สามารถลดการสูญเสียน้ำหนักและยืดอายุการเก็บรักษา เมื่อนำมาทดสอบความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติจริงในโรงคัดบรรจุ ด้วยการเปรียบเทียบคุณภาพของผล มะนาวที่เคลือบผิวด้วยสารเคลือบผิวจากไขผึ้งโดยใช้มือ และเคลือบผิวโดยใช้เครื่องจักรที่ใช้สำหรับเคลือบผิว ส้ม แล้วนำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิในการเก็บรักษาที่ 25+1 องศาเซลเชียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80-85 เปอร์เซ็นต์ พบว่า ผลมะนาวในชุดที่เคสือบด้วยมือมีอายุการเก็บรักษานาน 24 วัน และผลมะนาวที่เคลือบด้วยเครื่องจักร มีอายุการเก็บรักษานาน 20 วัน สามารถสรุปว่า สารเคลือบผิวจากไขผึ้งที่พัฒนาขึ้นมาสามารถนำไปใช้ในการ ยืดอายุการเก็บรักษาผลมะนาวได้ และ ประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์โดยใช้กับเครื่องเคลือบผิวได้