การประยุกต์ใช้ผลผลิตทางการเกษตรและวัสดุเหลือใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตแพคตินจากเปลือกส้มโอเหลือทิ้ง เพื่อประยุกต์ใช้เป็นสารเคลือบผลไม้ ผลิตสารสกัดน้ามันหอมระเหยจากเปลือกและเมล็ดส้มโอเหลือทิ้งเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลลิ้นจี่ สร้างนวัตกรรมการผลิตถ่านชีวภาพและถ่านกัมมันต์จากส้มโอ และประยุกต์ใช้ถ่านกัมมันต์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในสวนส้มโอเพื่อเป็นวัสดุกรองน้าในเครื่องกรองสาหรับการอุปโภค โดยแบ่งการวิจัยเป็น 6 กิจกรรม คือ 1) การศึกษาประสิทธิภาพของน้ามันหอมระเหยจากเปลือกและเมล็ดส้มโอเหลือทิ้งเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลลิ้นจี่ 2) การยืดอายุการเก็บรักษาลิ้นจี่โดยใช้สารเคลือบผิวต้านจุลินทรีย์ที่ผลิตจากเพคติน 3) การประยุกต์ใช้ถ่านกัมมันต์จากส้มโอเพื่อเป็นวัสดุกรองน้าในเครื่องกรองสาหรับการอุปโภค 4) การลดของเสีย (Zero Waste) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตสินค้า 5) การยกระดับมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น และการผลิตถ่านชีวภาพและถ่านกัมมันต์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในสวนส้มโอ จากการวิจัยพบว่า น้ามันหอมระเหยจากเปลือกและเมล็ดของส้มโอพันธุ์ขาวน้าผึ้งมีสารเคมีเป็นองค์ประกอบทั้งหมด 31 ชนิด สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลสดของลิ้นจี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารผสมระหว่างน้ามันหอมระเหยจากโรสแมรีและไนซิน Z มีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginosa TISTR 1287 ได้ดี มีผลให้สารยับยั้งสองชนิดเสริมฤทธิ์กัน และทาให้เกิดการทาลายเชื้อได้อย่างสมบูรณ์ ด้านถ่านกัมมันต์ พบว่า ถ่านกิ่งส้มโอ เปลือกส้มโอ และผลส้มโอ มีค่าพื้นที่ผิวจาเพาะ (BET) ที่กระตุ้นด้วย NaOH สูงสุดเรียงตามลาดับ คือ 496.369, 443.942 และ 453.118 m?/g แสดงให้เห็นว่า ถ่านกัมมันต์ที่ผลิตจากกิ่งส้มโอมีพื้นที่ผิวจาเพาะที่มากสุด แต่ถ่านกัมมันต์จากกิ่งส้มโอที่เผาด้วยเตาเผาชุมชนยังไม่มีคุณภาพตามมาตรฐานของถ่านกัมมันต์ และไม่สามารถนามาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุตัวกรองน้าได้ ด้านการยกระดับมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนพบว่า หลักในการพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) การพัฒนาคุณภาพและรูปลักษณ์ของตัวผลิตภัณฑ์ 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง