การศึกษาและพัฒนาสารเคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้ด้วยไคโตซาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณไคโตซานจากเปลือกหรือกระดองของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิด และเพื่อพัฒนาสารเคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้ที่จะส่งผลในการยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งผลการศึกษาการสกัดไคโตซานจากเปลือกกุ้ง ปูนา และหอยเชอรี่ พบว่าได้ผลผลิตไคติน และไคโตซานมีค่าอยู่ในช่วง 51.85 –65.68% และ 46.34 – 61.85% ตามลำดับ โดยเปลือกกุ้ง และเปลือกหอยเชอรี่ สามารถนำไปสกัดเป็นไคติน และไคโตซาน ได้สูงกว่าเปลือกปูนา จากการศึกษาพัฒนาสารเคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้จากไคโตซาน และศึกษาประสิทธิภาพของการเคลือบผิว โดยแบ่งชุดการทดลองเป็นเคลือบผลมะม่วงด้วยสารละลายไคโตซานอย่างเดียวเข้มข้น 0.5%, 1%, 1.5% และ 2% (w/v) ตามลำดับ และเคลือบด้วยสารละลายไคโตซานเข้มข้น 2.0% w/v ผสมกบักลีเซอรอล ไขผัง และtween 80 ตามลำดับ และเคลือบด้วยคาร์นูบาเข้มข้น 0.5%, 1%, 1.5% และ 2% (w/v) ตามลำดับ เปรียบเทียบกับผลที่ไม่ได้ผ่านการเคลือบ (control) เก็บรักษาในกล่องที่อุณหภูมิ 25?3 oC เป็นเวลา 15 วันทำการวิเคราะห์ทางกายภาพ และทางเคมีคือค่าสีเปลือก (L*, a*, b*) ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ (TSS) ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ (TA) ปริมาณ วิตามินซีและการสูญเสียน้ำหนัก ทำการวิเคราะห์ทุก ๆ 5 วันของการเก็บรักษา พบว่าสารเคลือบผิวสามารถช่วยชะลอการสูญเสียน้ำหนักการสุก และการเกิดโรคของมะม่วงได้มะม่วงที่ผ่านการเคลือบผิวพบการเกิดแอนแทรกโนสเมื่อเก็บรักษานาน 15 วัน ในขณะที่มะม่วงที่ไม่ผ่านการเคลือบผิวเกิดแอนแทรกโนสเมื่อเก็บรักษานาน 10 วัน โดยชุดการเคลือบผิวไคโตซานเข้มข้น 0.5% w/v ให้ประสิทธิภาพในการเคลือบผิวและเก็บรักษามะม่วงดีที่สุด และให้ประสิทธิภาพดีกว่าสารเคลือบคาร์นูบาที่ใช้เคลือบผิวผลไม้ทั่วไป และเมื่อเปรียบเทียบการเคลือบผิวมะม่วงด้วยสารละลายไคโตซาน 2.0% w/v ผสมกับสารอิมัลชันพบว่า มะม่วงที่เคลือบด้วยสารละลายไคโตซานผสมกบักลีเซอรอลให้เอกสารฉบับนี้ถูกดาวน์โหลดจาก research.pcru.ac.th/rdb ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย สถาบันวิจัย และพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ โดยผู้ใช้งานชื่อ เกื้อกูล พิมพ์ดี เมื่อ 27/09/2560 เวลา 11:24:33 ประสิทธิภาพดีกว่าสารอิมัลชันอื่น ๆ แต่ให้ประสิทธิภาพได้ไม่ดีเท่ามะม่วงที่ผ่านการเคลือบด้วยสารละลายไคโตซานเพียงอย่างเดียว