ผลของการใช้ไคโตซานและแคลเซียมเคลือบผลต่อการหลุดร่วงของผลกล้วยหอมทองระหว่างการสุก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กล้วยหอมทอง เมื่อสุกเต็มที่ผลจะร่วงหมดทั้งหวีทำให้สูญเสียคุณค่าทางการตลาด การทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของการใช้ไคโตซาน (DP ~ 2790, DA 10-15%) เข้มข้น 0, 0.5, 1 และ 1.5 %ร่วมกับแคลเซียมคลอไรด์ 4% ต่อการหลุดร่วงของผลกล้วยหอมทองระหว่างการสุก ทำการทดลอง ในเดือนธันวาคม 2557 ถึง สิงหาคม 2558 วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) ประกอบด้วย 4 สิ่งทดลอง และชุดควบคุม คือ ไม่ได้รับสาร โดยใช้ผลกล้วยหอมทองที่ตัดในระยะการค้า นำหวีย่อยของ กลัวยจุ่มในสารละลายแคลเซียมผสมกับไคโตซาน 2 ครั้งๆ ละ 1 นาที หลังจากได้รับสาร 6 วัน เมื่อผลสุก เต็มที่ ผลกล้วยจะหลุดร่วง ผลการทดลองพบว่าแคลเซียมและไคโตซาน 0.5% .ให้ผลในทางที่ดีทั้งต่อการ สุก และการหลุดร่วงของผล และทำให้ผลกล้วยมีแรงต้านการหลุดร่วงเพิ่มขึ้น (20.39 นิวตัน) แตกต่างทาง สถิติกับชุดควบคุมซึ่งมีแรงต้านเพียง 18.6 นิวตัน เมื่อผลสุกเต็มที่ (d6) แคลเซียมและไคโตชาน 1.5% ทำ ให้แรงต้านเพิ่มขึ้น จึงทำให้ผลร่วงน้อยลงเพียง 2.32% แตกต่างทางสถิติกับชุดควบคุม ซึ่งผลร่วงถึง 40.16% ในทำนองเดียวกัน ก็มีกิจกรรมของเอนไซม์ PME ที่มีบทบาทสำคัญในการสลายตัวของผนังเซลล์ ลดลง ผลกล้วยที่ได้รับแคลเซียมและไคโตซานทุกสิ่งทดลองมีการสุกเป็นปกติ โดยลักษณะคุณภาพหลัง การเก็บเกี่ยวต่างๆ ไม่มีผลต่อการยอมรับ (TSS, TA ความแน่นเนื้อ) และผู้บริโภคชอบผลที่ได้รับแคลเซียม และไคโตซาน 0.59 มากที่สุด ผลกรทดลองเหล่านี้บ่งชี้ว่า แลเซียมผสมกับไคโตซาน เข้มข้น 0.5 และ 1.5 % มีผลต่อการหลุดร่วงของผลกลัวยหอมขึ้นอยู่กับระยะการสุก และการหลุดร่วงเกิดจาก เนื้อเยื่อ บริเวณ "weak zone" เกิดการแยกตัว