ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติและผลจากการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เยาวชนจำเป็นต้องมีทักษะความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สำหรับการรับมือกับวิกฤตการณ์เหล่านี้ งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวสะตีมศึกษาสำหรับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา และ 2) เพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้สำหรับครูเพื่อเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน มีกลุ่มอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกเป็นครู 28 คน และกลุ่มที่สอง เป็นครูที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จำนวน 6 คน โดยทั้งสองกลุ่มเป็นครูในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา รวมทั้งสิ้น 5 คน ระยะที่ 3 การทดลองใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ และระยะที่ 4 การประเมินผลการใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา รวม 47 คน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบการสอน แบบประเมินระบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 แผน และแบบวัดทักษะความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การวิเคราะห์สรุปอุปนัย สถิติทดสอบค่าที (t-test for dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ซึ่งมีขั้นตอนการสอน 7 ขั้นตอน คือ ได้แก่ ขั้นที่ 1 การระบุความต้องการหรือปัญหา ขั้นที่ 2 การสำรวจค้นหาความรู้ ขั้นที่ 3 การออกแบบ ขั้นที่ 4 การสร้างและการพัฒนาต้นแบบ ขั้นที่ 5 การสื่อสารผลลัพธ์และข้อเสนอแนะ ขั้นที่ 6 การทบทวนการออกแบบ ขั้นที่ 7 การเผยแพร่ โดยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 2) ระบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 จุดมุ่งหมายทางการเรียนการสอน องค์ประกอบที่ 2 กิจกรรมการเรียนการสอน และองค์ประกอบที่ 3 การประเมินผล สำหรับองค์ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนของระบบการจัดการเรียนรู้นี้ประกอบรูปแบบการสอนตามแนวสะตีมศึกษา 7 ขั้นตอน ร่วมกับชุดกิจกรรม จำนวน 4 ชุด คือ กิจกรรมตึกระฟ้า กิจกรรมเรือกู้ภัย กิจกรรมกังหันมหัศจรรย์ และกิจกรรมเจลลี่แสนอร่อย เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยระบบการจัดการเรียนรู้นี้แล้ว ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยระบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถพัฒนาความคิดคล่องแคล่วให้แก่นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กได้ดีที่สุด