การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาในเขตภาคกลางตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจสภาพ ปัญหา และความต้องการด้านการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาในเขตภาคกลางตอนล่าง 2) พัฒนารูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ 3) ศึกษาผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ และ 4) ประเมินคุณภาพรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ การวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่ ครูประถมศึกษาในเขตภาคกลางตอนล่าง จำนวน 376 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบโควตา เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามสภาพ ปัญหา และความต้องการด้านการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 ประชากรที่ใช้ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญในการประชุมกลุ่ม จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แนวการสัมภาษณ์แบบสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่ (1) ครูประถมศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดนครปฐม จำนวน 100 คน จาก 20 โรงเรียน (2) นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 ในเขตภาคกลางตอนล่าง จำนวน 200 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริง (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (3) แบบทดสอบแบบคู่ขนาน (4) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูประถมศึกษาที่ใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ และ (5) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนประถมศึกษาที่ใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ และระยะที่ 4 ประชากรที่ใช้ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการสำรวจสภาพ ปัญหา และความต้องการด้านการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ พบว่า (1) ครูมีสภาพการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ โดยภาพรวมในระดับมากที่สุด โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการเรียนการสอน และมีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านปรัชญา ศาสนาและประเพณีมาใช้มากที่สุด (2) ด้านปัญหา พบว่า ครูมีปัญหาการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาโดยภาพรวมในระดับมาก โดยครูมีปัญหาด้านวัฒนธรรมการจัดการความรู้ และ (3) ด้านความต้องการ พบว่า ครูมีความต้องการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาโดยภาพรวมในระดับมาก โดยครูต้องการทราบบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้องในการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอน 2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ พบว่า รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ ครอบคลุม 2 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) องค์ประกอบของการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ สมาชิกของชุมชน กิจกรรมของชุมชน ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีสนับสนุน ปัจจัยการสร้างความรู้ และการวัดและประเมินผล และ (2) ขั้นตอนการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมการจัดตั้งชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริง การจัดตั้งชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริง การสร้างความรู้และจัดเก็บความรู้ การสร้างต้นแบบการปฏิบัติที่ดี และรับรองความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น การนำต้นแบบการปฏิบัติที่ดีไปปฏิบัติในสถานศึกษา และการสรุปและประเมินผลการจัดการความรู้ 3. ผลการศึกษาผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ พบว่า (1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนที่ใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านชุมชนการเรียนรู้เสมือนจริงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) ครูประถมศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ โดยภาพรวมในระดับมาก โดยสมาชิกของชุมชนควรทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับเพื่อนสมาชิก กิจกรรมของชุมชนใช้เป็นกิจกรรมที่ครูมีโอกาสพัฒนาวิธีการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพ โดยนิทานพื้นบ้านเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาเป็นประเด็นในการจัดการความรู้ โดยใช้ห้องความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอนของครู ทั้งนี้การสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกของชุมชนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ และด้านการวัดและประเมินผล ควรให้ผลย้อนกลับที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินงาน ส่วนนักเรียนประถมศึกษาที่ใช้รูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ มีความคิดเห็นโดยภาพรวมในระดับมาก โดยนักเรียนมีความสนใจและตั้งใจเรียนในระหว่างที่ครูนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในเนื้อหาที่เรียน 4. ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ โดยภาพรวมในระดับดี โดยด้านที่มีผลการประเมินสูงที่สุด ได้แก่ การนำรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ ไปใช้ปฏิบัติได้ คำสำคัญ การจัดการความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประถมศึกษา