การศึกษาพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการออกกําลังกายของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการออก กําลังกายของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (2) เ พื่ อ ศึ ก ษ า ค ว า ม สัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการออกกําลังกายของ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาระดับ ปริญญาตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภาคการศึกษาที่ 2/2551 จํานวน 392 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมและ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการออกกําลังกาย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติพรรณนา (Descriptive statistics) ในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างและ คะแนนพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการออกกําลังกาย และใช้สถิติสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เชิงอันดับแบบสเปียร์แมน (Spearman’s rank correlation coefficient) วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการ ออกกําลังกาย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมความเหมาะสมอยู่ในระดับ ปานกลาง คิดเป็น ร้อยละ 74 และส่วนใหญ่พฤติกรรมที่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารกลางวันและอาหารเย็น เสมอ การดื่มน้ําสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว การไม่รับประทานอาหารจําพวกสุกๆดิบๆ หรือของ หมักดอง การไม่รับประทานอาหารรสจัดเกินไป ไม่รับประทานอาหารที่ใส่ผงชูรส และไม่ดื่ม เครื่องดื่มพวกน้ําอัดลมและที่มีแอลกอฮอล์ และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คือ ไม่รับประทาน อาหารเช้า ไม่เลือกรับประทานให้ครบ 5 หมู่ ไม่เลือกทานข้าวกล้อง ไม่ดื่มนมเป็นประจํา ชอบทาน ขนมขบเคี้ยว และชอบอาหารทอดมากกว่าต้ม ย่าง หรือนึ่ง 2. พฤติกรรมการออกกําลังกาย ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกกําลังกายอย่างสม่ําเสมอ คิดเป็นร้อยละ 79.60 และมีนักศึกษาที่ออกกําลังกายอย่างสม่ําเสมอเพียงร้อยละ 20.40 และเมื่อพิจารณาถึงวิธีการออก กําลังกายของนักศึกษาที่มีพฤติกรรมการออกกําลังกายอย่างสม่ําเสมอ พบว่า ส่วนใหญ่ใช้ หลากหลายวิธีหรือหลายประเภทกีฬาผสมผสานกันเพื่อออกกําลังกาย เช่น การวิ่งและเล่นฟุตบอล, การเดินและวิ่ง, การเดิน วิ่ง และใช้เครื่องออกกําลังกาย เป็นต้น 3.ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ คณะวิชา ลักษณะการพักอาศัย จํานวนบุคคลที่พักอาศัย อยู่ด้วย น้ําหนัก (นัยสําคัญที่ระดับ .05) , 2) ปัจจัยด้านครอบครัว/บุคคลใกล้ชิด (นัยสําคัญที่ระดับ .05), 3) ปัจจัยด้านคณะที่ศึกษา (นัยสําคัญที่ระดับ .01) และ 4) ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากชุมชน (นัยสําคัญที่ระดับ .01) 4. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการออกกําลังกายของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ คณะวิชา น้ําหนัก ส่วนสูง, 2) ปัจจัยด้านทัศนคติเกี่ยวกับ การออกกําลังกาย (นัยสําคัญที่ระดับ .05), 3) ปัจจัยด้านครอบครัว/บุคคลใกล้ชิด (นัยสําคัญที่ระดับ .05), 4) ปัจจัยด้านคณะที่ศึกษา (นัยสําคัญที่ระดับ .01) และ 5) ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากชุมชน (นัยสําคัญที่ระดับ .01) 5.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของนักศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ทั้งด้านการบริโภคอาหาร และการออกกําลังกาย เสนอให้สถาบันควรมีการพัฒนาสุขลักษณะในการรับประทานอาหาร และควรมี การประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม พัฒนากิจกรรม สถานที่ อุปกรณ์ และหลักสูตรให้เอื้อต่อการเข้าร่วม กิจกรรมเพื่อการออกกําลังกาย