การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่มีภาวะน้ำหนักเกินในเขตชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบการปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่มีภาวะน้าหนักเกิน ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่มีภาวะน้าหนักเกิน ในเชตชายฝั่งทะเลตะวันออก กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ประกอบด้วยเด็กวัยเรียนกลุ่มทดลองและควบคุมกลุ่มละ 35 คน และวัยรุ่นกลุ่มทดลองและควบคุมกลุ่มละ 20 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่มีภาวะน้าหนักเกิน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป การรับรู้ความสามารถของตนเองในด้านการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย ความพร้อมของขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย และวัดดัชนีมวลกาย ด้วยการวิเคราะห์สถิติพรรณา ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนเองในด้านการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย ความพร้อมของขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย ด้วยสถิติ T-Test ส่วนค่าดัชนีมวลกายของเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นในระยะก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และระยะติดตามผล 3 เดิอน ด้วยสถิติ Repeated Measure ANOVA ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง เด็กวัยเรียนกลุ่มทดลองมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนการรับรู้ความสามารถของตนเองในด้านการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย ความพร้อมของขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กวัยเรียนไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเด็กวัยรุ่นกลุ่มทดลองมีความพร้อมของขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และกิจกรรมทางกายของเด็กวัยรุ่นแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนการรับรู้ความสามารถของตนเองในด้านการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ค่าดัชนีมวลกายของเด็กวัยเรียนในระยะก่อน-หลังการทดลอง และระยะติดตามผล 3 เดือน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วน เด็กวัยรุ่น พบว่า ค่าดัชนีมวลกายของเด็กวัยรุ่นระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 รูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและกิจกรรมทางกายสามารถทาให้เด็กวัยรุ่นลดน้าหนักได้ ค่าดัชนีมวลกายของเด็กวัยรุ่นมีแนวโน้มลดลง ส่วนเด็กวัยเรียนมีแนวโน้วเพิ่มขึ้น ดังนั้นพยาบาลอนามัยโรงเรียนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรนารูปแบบฯ นี้ไปประยุกต์ใช้กับเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่มีน้าหนักเกิน เพื่อเพิ่มความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และส่งเสริมการลดน้าหนัก