นวัตกรรมการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อสำหรับเด็กและเยาวชน ในภาคเหนือประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์ (Applied research) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัดกรรมการ สื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในในกลุ่มเด็กและเยาวชน แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่1 กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ที่ศึกษาในโรงเรียนอนุบาลลำพูน จังหวัดลำพูน ปีการศึกษา 2555 โดยการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน (Baseline data) จำนวนทั้งสิ้น 552 คน โดย ใช้แบบสอบถาม/แบบสัมภาษณ์ และชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูงพบว่า ความชุกของคำดัชนีมวลกาย (BMI) ตาม เกณฑ์สากลขององค์การอนามัยโลก (WHHO, 2004) ในพื้นที่ Asia-Pacific perspective เด็กมีน้ำหนักเกิน (BMI>>=23 kg/m2) เท่ากับร้อยละ 68.7 มีค่าดัชนีมวลกายในระดับปกติ ร้อยละ 28.8 และต่ำกว่าปกติ ร้อย ละ 2.5 และพบว่าค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน อยู่ในระดับที่ต้องแก้ไข ร้อยละ 33.2 การรับรู้เกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน อยู่ในระดับที่ต้องแก้ไข ร้อยละ41.3 พฤติกรรมการบริโภค อาหาร อยู่ในระดับที่ต้องแก้ไข ร้อยละ52.5 และพฤติกรรมการออกกำลังกาย อยู่ในระดับที่ต้องแก้ไข ร้อยละ 54.9หลังจากนั้นได้จัดทำหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาชุดนวัตกรรมการ สื่อสารสำหรับเด็กและเยาวชนในการป้องกันควบคุมภาวะโภชนาการเกิน/โรคอ้วน จำนวน 1 หลักสูตรโข้ เวลารวมทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในกลุ่มเด็กและเยาวชนในโรงเรียน อนุบาลลำพูน จังหวัดลำพูนจำนวน 165 คน จำนวน 5 ครั้ง ติดต่อกันในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 25556เพื่อ สร้างชุดนวัดกรรมการสื่อสารในการป้องกันควบคุมภาวะโภชนาการเกิน/โรคอ้วนสำหรับเด็กและเยาวชน ได้ สื่อตันแบบ (Prototype) หลังจากนี้ทำการปรับปรุงใหม่ให้สวยงามมากขึ้น (Refine) ทำการทดสอบและ ปรับปรุงชุดนวัดกรรมซึ่งประกอบด้วย หนังสือการ์ตูนพูดได้จำนวน 4 เรื่อง และวีดิโอการออกกำลังกายแบบ แอโรบ๊อกซิ่งสำหรับเด็ก จำนวน 1 ชุด ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เรื่องภาวะโภชนาการ เกิน/โรคอ้วนค่าเฉลี่ยการรับรู้เกี่ยวกับภาวะโภชนาการเกิน/โรคอ้วน ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกาย หลังการทดลองมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สำหรับช่องทางทางการรับข้อมูล นั้นพบว่าการรับข้อมูลข่าวสารเรื่องอาหารผ่านทางคุณครู การรับข้อมูลข่าวสารเรื่องน้ำหนักเกิน/โรคอ้วนผ่านผ่าน ทางสื่อวิทยุ/โทรทัศน์ และการรับข้อมูลข่าวสารเรื่องการควบคุมน้ำหนักโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีค่า คะแบนฉลี่ยเห็นมากขึ้นภายหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถีที่ดีที่ระดับ 0.0.05 สำหรับการศึกษาระยะที่ 2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ที่ศึกษาในโรงเรียนในอำเภอเมืองและและอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ปีการศึกษา 25556 โดยการนำ นวัดกรรมการสื่อสารที่สร้างขึ้นไปใช้ร่วมกับโปรแกรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มทดลอง จำนวน 177 คน และกลุ่ม เปรียบเทียบ จำนวน 172 คน ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 14 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการทดลองคะแนน เฉลี่ยความรู้เรื่องภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน การรับรู้เกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน และพฤติกรรมการ ออกกำลังกายอยู่ในระดับที่ดี ส่วนพฤติกรรมการบริโภคอาหารมีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ต้องแก้ไขและ พบว่าคะแนนเฉลี่ยของความรู้ การรับรู้เกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และ พฤติกรรมการออกกำลังกายของกลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติติที่ระดับ 0.05 โดยกลุ่มทดลองมีความพึงพอใจที่มีต่อหนังสือการ์ตูนพูดได้ เรื่อง "ความฝันของหมูน้อย" "เรื่องเล่าเราจะไม่ อ้วนจากน้องตั้ม "รู้ทันป้องกันอันตรายจากโรคอ้วน" และ "ลดความอ้วนเพื่อสุขภาพกับหนูนิวและหนูนิด" กลุ่มทดลองมีความพึงพอใจ ร้อยละ 96.9.9, 96.2, 92.5 และ 91.8 ตามสำคับ การศึกษาวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าร่วมโปรแกรมการให้ความรู้แบบมีส่วนร่วมในการสร้าง นวัดกรรมการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นโดยการให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เป็นจัดการสื่อสารด้วยตนเอง จะทำให้ตรง กับสภาพปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดี แนวโน้มนวัดกรรมสร้างสรรค์ที่สที่สร้างขึ้น จะเป็นตัวแปรสำคัญในโลกการสื่อสารในอนาคตในยุคที่ผู้บริโภคพร้อมจะก้าวไปกับการใช้สื่อแบบผสมผสาน ร่วมไปกับการสัมผัสประสบการณ์ไหมในชีวิต จะช่วยให้เด็กมีความรู้ที่ถูกต้องและเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมารใจะกันภาพน้ำหนักและโละโหล้วม เพื่อจะในในในผู้ใหญ่ที่มีที่มีที่ติกหรือที่ดีต่ไรที่ดีที่ดีไป