การพัฒนารูปแบบการจัดการภาวะโภชนาการเกินของเด็กปฐมวัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและการดูแลอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการภาวะโภชนาการเกินของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยจำนวน 90 คน และครูปฐมวัย จำนวน 30 คน ในโรงเรียนร่วมพัฒนาวิชาชีพ ในเขตจังหวัดมหาสารคาม ปีการศึกษา 2561 จำนวน 6 โรงเรียนซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัญหาและการดูแลอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย และแบบสอบถามรูปแบบการจัดการภาวะโภชนาการเกินของเด็กปฐมวัย สถิติที่ใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า1. สภาพและปัญหาการดูแลอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย พบว่า ระดับปฏิบัติการดูแลอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย ระดับมากที่สุดคือ ข้อ 5 ส่งเสริมให้ลูกดื่มนมเพื่อบำรุงร่างกาย ( =4.75, S.D. = 0.50) ระดับมากข้อ 23 ลูกชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวาน น้ำอัดลม ไอติมหวานเย็น ( =4.44, S.D. =0.73) ข้อ 25 ลูกปฏิเสธการรับประทานผักหรืออาหารแปลกใหม่ ( =4.42, S.D. =0.65) ข้อ 10 ท่านชี้ชวนให้ลูกดูอาหารที่ควรรับประทาน เช่น สะอาด ปลอดภัย และอาหารที่ไม่ควรรับประทาน เช่น เก็บค้างไว้นาน / หมดอายุ ( =4.35, S.D. =0.80) ส่วนระดับปานกลางคือ ข้อ 2 เปิดโอกาสให้ลูกเลือกซื้ออาหารตามใจชอบ( =3.50, S.D. =0.95) ข้อ 18 ประกอบอาหารประเภทผัด ทอด โดยใช้เนื้อสัตว์ติดมัน เช่น หมูสามชั้น ขาหมู คอหมู หนังไก่ และหนังเป็ด ให้ลูกรับประทานทุกวัน ( =3.17, S.D. =0.95) 2. รูปแบบการจัดการภาวะโภชนาการเกินของเด็กปฐมวัย พบว่า รูปแบบฯ ประกอบด้วยกิจกรรมที่ทางโรงเรียนต้องจัดในช่วงกิจวัตรประจำวัน โดยสอดแทรกความรู้ด้านโภชนาการให้กับเด็กได้ทุกช่วงกิจกรรมตั้งแต่เข้าแถวเคารพธงชาติ จนถึงช่วงรอผู้ปกครองมารับ และเมนูอาหารสำหรับเด็ก รูปแบบกิจกรรมที่จะสามารถลดและป้องกันปัญหาภาวะโภชนาการเกินในเด็กปฐมวัยในช่วงกิจกรรมหน้าเสาธง, กิจกรรมเสริมประสบการณ์, กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ, กิจกรรมเสรี,กิจกรรมกลางแจ้ง, กิจกรรมเกมการศึกษา, ช่วงรับประทานอาหารกลางวัน, อาหารว่างเช้า-บ่ายและอื่นๆ เช่นควบคุมการจำหน่ายอาหารในโรงเรียน จัดอบรมให้ความรู้กับบุคลากรภายในโรงเรียน ให้ความรู้กับผู้ปกครอง ผ่านช่องทางต่างๆ ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการปลูกผักและนำมาปรุงอาหารให้เด็กได้ทาน และให้โรงเรียนจัดกิจกรรมประกวดการทำอาหารโดยให้ผู้ปกครองทำเมนูมาประกวด เมนูชูสุขภาพ