รูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในนักเรียนระดับประถมศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของนักเรียน ในจังหวัดอุบลราชธานี และ2) สร้างและหาประสิทธิผลรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของนักเรียนในเขตพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 9-12 ปี จำนวน 369 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ระยะที่ 2 สร้างและหาประสิทธิผลรูปแบบ โดยกลุ่มตัวอย่างที่สร้างรูปแบบเป็นนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ครู และผู้ปกครอง จำนวน 50 คน และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ทดลองใช้รูปแบบเป็นนักเรียนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสนทนากลุ่ม แบบทดสอบและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา จากการศึกษา พบว่า 1. ภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของนักเรียนในจังหวัดอุบลราชธานี มีความเสี่ยงระดับสูงถึงสูงมากมีจำนวนถึง 206 คนจากจำนวน 369 คน (ร้อยละ 55.83) ซึ่งถ้าหากไม่หาแนวทางป้องกันแก้ไขก็จะป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ในอนาคต 2. รูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา ประกอบด้วย 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน 2) การสร้างแนวทางการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวตามความเสี่ยง 3) การจัดทำสมุดบันทึกทางสุขภาพของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน 4) การคัดเลือกบุคคลต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง 5) การประชาสัมพันธ์และรณรงค์กิจกรรมป้องกันเบาหวานอย่างต่อเนื่อง 6) การสะท้อนข้อมูลสุขภาพของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง และ 7) การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งมี 6 องค์ประกอบ คือ (1) แนวคิดของรูปแบบ ควรเน้นการใช้ตัวแบบที่ประสบความสำเร็จสำหรับสร้างประสบการณ์ การควบคุมสิ่งเร้าที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ ควรเน้นการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหารและการเคลื่อนไหวออกกำลัง (3) สาระรูปแบบ ควรเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การบริโภคอาหารและการเคลื่อนไหวออกกำลัง (4) กระบวนการพัฒนารูปแบบ ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม (5) ตัวชี้วัดของรูปแบบ คือ ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน การรับรู้การควบคุมตนเองด้านการบริโภคอาหารและการเคลื่อนไหวออกกำลัง น้ำหนักตัวและดัชนีมวลกาย และ (6) ปัจจัยความสำเร็จของของรูปแบบ คือ นักเรียนกลุ่มเสี่ยงต้องเข้าร่วมกิจกรรมครบทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง จากการหาประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า หลังจากจัดกิจกรรมตามรูปแบบ นักเรียนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนและโรคเบาหวาน การรับรู้การควบคุมตนเองในการบริโภคอาหารและการเคลื่อนไหวออกกำลัง พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการเคลื่อนไหวออกกำลังเพิ่มขึ้น และกลุ่มเสี่ยงมีน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายลดลงจากก่อนเข้าร่วมกิจกรรมของรูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการศึกษาแสดงว่ารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนการดำเนินงานลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่องและขยายพื้นที่ให้กว้างขวางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น คำสำคัญ : การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ, การรับรู้การควบคุมตนเอง, โรคเบาหวานชนิดที่ 2