การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนครอบครัวในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนครอบครัวในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาการสนับสนุนครอบครัวผู้ป่วยเบาหวาน โดยมีระยะการศึกษา 2 ระยะ โดยระยะแรกศึกษา 2 โครงการ ได้แก่ โครงการที่ 1 การศึกษาสถานการณ์โรคเบาหวานโดยศึกษาขนาด ความรุนแรงของโรคเบาหวาน และศึกษาปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยเบาหวานในจังหวัดนครปฐม และโครงการที่ 2 คุณลักษณะของครอบครัวที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ผลการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานในจังหวัดนครปฐมพบมากเป็นอันดับที่ 9 ของ 44 จังหวัดในประเทศไทย และมีอัตราการป่วยเป็นโรคเบาหวานต่อแสนประชากร ในปี 2552 – 2555 พบ 2,866, 3,087, 3,250 และ 2,976 การคัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มประชากรที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป พบว่า ยังไม่ถึงเป้าหมาย คือ ร้อยละ 90 การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนเบาหวานยังไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด ได้แก่ ร้อยละ 60 ในปี 2553-2555 ผู้ป่วยเบาหวานมารับการตรวจระดับ HbA1C มีไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน และในจำนวนนี้พบผลการตรวจมีค่าตามเกณฑ์มาตรฐาน ( HbA1C น้อยกว่าร้อยละ 7) พบร้อยละ 16.19, 13.23 และ 23.33 จากการสอบถาม การปฏิบัติตัวของกลุ่มตัวอย่าง ด้านอาหาร พบว่า โดยส่วนรวมมีการปฏิบัติตัวดี บางข้อที่ปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ได้แก่ กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เติมเครื่องปรุงรสของอาหาร และกินอาหารที่มีไขมันสูง ส่วนการออกกำลังกายมีจำนวนน้อยที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การใช้บริการสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวโดยส่วนรวมอยู่ในระดับดี คุณลักษณะของครอบครัวผู้ป่วยเบาหวานที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า ผู้ป่วยมีความรู้และทักษะการปฏิบัติตัวในการควบคุมโรค ลักษณะของครอบครัวพบว่าเป็นครอบครัวขยาย มีสัมพันธภาพภายในครอบครัวดี มีเศรษฐานะพึ่งตนเองได้ และใช้หลักศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวในครอบครัว การสร้างรูปแบบการพัฒนาการสนับสนุนครอบครัว ได้แก่ การใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) ขั้นตอนแรกเป็นการสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว ต่อมาให้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติตัวในการควบคุมโรคเบาหวานแก่ผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัว และใช้แรงสนับสนุนทางสังคมในการดูแลผู้ป่วย และติดตามการปฏิบัติตัวของครอบครัวเป็นระยะ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น