พัฒนารูปแบบการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยกึ่งทดลองแบบ 1 กลุ่มวัดก่อนหลังนี้มี 2 การทดลอง ได้แก่ 1) การประเมินรูปแบบ การจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับ น้้าตาลในเลือดไม่ได้ จ้านวน 38 คน เครื่องมือวิจัยมี 3 ชุด ได้แก่ (1) รูปแบบบริการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานที่ ควบคุมไม่ได้ ประกอบด้วย การให้สุขศึกษาเพื่ อการจัดการตนเอง การวัดระดับน้้าตาลในเลือดด้วยตนเอง การ ตรวจสอบการใช้ยาโดยเภสัชกร การให้ค้าปรึกษาโดยพยาบาล และการตัดสินใจในการสั่งยาโดยแพทย์ ใช้เวลา ด้าเนินการ 4 เดือน และ (2) แบบรวบรวมระดับเอวันซีและระดับน้้าตาลในเลือดหลังอดอาหาร และ (3) แบบ รวบรวมการนอนรักษาในโรงพยาบาล 2) การประเมินรูปแบบการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิต สูงที่ควบคุมไม่ได้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้จ้านวน 30 คน เครื่องมือวิจัยมี 3 ชุด ได้แก่ (1) รูปแบบบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ประกอบด้วย การให้สุขศึกษา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การวัดความดันโลหิตด้วยตนเอง การตรวจสอบการใช้ยาโดยเภสัชกร การให้ ค้าปรึกษาโดยพยาบาล และการตัดสินใจในการสั่งยาโดยแพทย์ ใช้เวลาด้าเนินการ 3 เดือน (2) แบบรวบรวม ระดับความดันโลหิต และ (3) แบบรวบรวมการนอนรักษาในโรงพยาบาล การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ จ้านวน ร้อยละ paired t-test และ repeated measured of ANOVA ผลการประเมินรูปแบบการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับ เอวันซีของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ค่าเฉลี่ยระดับน้้าตาลในเลือดหลังอดอาหารก่อนการทดลองและหลังการทดลองไม่มีความแตกต่างกัน และหลัง การทดลองมีผู้ป่วยเบาหวานมีระดับเอวันซี <7% ร้อยละ 28.95 มีระดับเอวันซีลดลงอยู่ในช่วง 7.1-8.0% ร้อย ละ 18.42 และมีผู้ป่วยที่มีระดับเอวันซี >8% ร้อยละ 52.63% และไม่มีอัตราการนอนในโรงพยาบาลด้วยภาวะ น้้าตาลในเลือดต่้าและสูงแบบวิกฤต ผลการประเมินผลรูปแบบการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ พบว่ า ค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตซิสโตลิกและระดับความดันโลหิตไดแอสโตลิกของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลอง เดือนที่ 1 เดือนที่ 2 และหลังการทดลอง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 หลังการ ทดลองระดับความดันโลหิตซิสโตลิก <140 มิลลิเมตรปรอทร้อยละ 93.3 ระดับความดันโลหิตซิสโตลิก > 140 มิลลิเมตรปรอทร้อยละ 6.7 และระดับความดันโลหิตไดแอสโตลิก < 90 มิลลิเมตรปรอทร้อยละ 93.3 ระดับ ความดันโลหิตไดแอสโตลิก > 90 มิลลิเมตรปรอทร้อยละ 6.7 และไม่มีอัตราการนอนในโรงพยาบาลด้วยภาวะ ความดันโลหิตสูงแบบวิกฤตและอาการหลอดเลือดสมอง