การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขยายผลปฏิบัติการพัฒนาระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินสาหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วยผู้สูงอายุ ได้แก่ การศึกษาสถานการณ์ปัญหาด้วยวิธีการสารวจภาคตัดขวาง จานวน 2,582 ราย การศึกษากึ่งทดลองเพื่อทดสอบผลลัพธ์ จานวน 626 คน และ การวิจัยทางนโยบายเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย จานวน 140 คน ซึ่งช่วงระยะเวลาระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2563 – ธันวาคม พ.ศ.2564 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณาและเชิงอ้างอิงตามระดับการวัดของตัวแปร และ วิเคราะห์เนื้อหา และ วิเคราะห์ของข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า 1. โรคเรื้อรังและการหกล้มเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ของผู้สูงอายุ ที่อาศัยอยู่ในชุมชน โดยโรคเรื้อรังที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคไตวาย และโรคมะเร็ง และพบว่า การหกล้ม มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 2. นวัตกรรมสื่อชุมชนเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สาหรับผู้สูงอายุในกลุ่ม ชมรม หรือ โรงเรียนผู้สูงอายุ มีประสิทธิภาพด้านกระบวนการ ร้อยละ 84.17 และ ประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ ร้อยละ 87.92 และผลลัพธ์ทางคลินิกของนวัตกรรมสื่อชุมชนเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สาหรับผู้สูงอายุ พบว่าหลังดาเนินการวิจัย 3 เดือนสามารถควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน การเข้ารับบริการรักษาในห้องฉุกเฉิน และ การกลับเข้ารับการรักษาพยาบาลซ้า แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ 3. การใช้เทคโนโลยีแพทย์ฉุกเฉินเพื่อการดูแลและแจ้งเหตุฉุกเฉิน พบว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนยอมรับเทคโนโลยีการดูแลภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หลังการวิจัย 3 เดือน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ และ ผลลัพธ์ของการใช้เทคโนโลยีการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อดูแลและแจ้งเหตุฉุกเฉินในผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านในระบบการดูแลระยะยาว หลังดาเนินการวิจัย 3 เดือน พบว่า การควบคุมโรคเบาหวาน โรคความกัน การเกิดภาวะโรคหลอดเลือดสมอง และการหกล้ม หลังการดาเนินการวิจัย 3 เดือน มีนัยสาคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตามพบว่า ความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมขั้นพื้นฐานของชีวิต และ การควบคุมโรคเบาหวาน ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ การศึกษาครั้งนี้นาไปสู่กระบวนการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินสาหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนสาหรับหน่วยงานในระดับพื้นที่และระดับชาติ ซึ่งพบว่าข้อเสนอเชิงนโยบาย ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1) การป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ เพื่อลดการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรมสื่อชุมชน 2) การพัฒนาศักยภาพหน่วยปฏิบัติการกู้ชีพให้มีความพร้อมในของการออกรับเหตุภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ของผู้สูงอายุในชุมชน 3) ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีการแจ้งเหตุภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สาหรับผู้สูงอายุ คาสาคัญ: ข้อเสนอเชิงนโยบาย, ระบบบริการแพทย์ฉุกเฉิน, ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน, นวัตกรรมสื่อ ชุมชน, เทคโนโลยีการแพทย์ฉุกเฉิน