การประเมินความชุกของการเกิดโรคร่วมในประชากรไทยผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความเป็นมาและความสำคัญการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางประชากรศาสตร์ในประเทศไทยที่ปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลต่อการเพิ่มความชุกในการเกิดโรคร่วมจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มความซ้อนในการรักษาผู้ป่วย และภาระทางค่าใช้จ่ายสุขภาพประชากรวัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสถานการณ์ภาระโรคในผู้สูงอายุ 2.เพื่อประเมินความชุกของโรคร่วมที่เกิดกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญสำหรับประชากรไทย 3.เพื่อพัฒนาระเบียบวิธีการจัดทำข้อมูลภาระโรคที่มีการจัดการกับปัจจัยด้านความชุกในการเกิดโรคร่วมในกลุ่มประชากรไทย 4.เพื่อสร้างการสร้างเครือข่ายวิจัยด้านการวัดสุขภาพประชากรแบบองค์รวมผลการศึกษาผลการศึกษาทั้งจากการทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลผู้ป่วยขนาดใหญ่แสดงภาพความเชื่อมโยงของการเกิดโรคร่วมในกลุ่มผู้ป่วยไม่ติดต่อเรื้อรัง ผลวิเคราะห์ Network analysis แสดงถึงการเกาะกลุ่ม (clusters) ของโรคร่วมในกลุ่มประชากร ความชุกของโรคร่วมจากโรคเรื้อรังที่สำคัญได้แก่ โรคเบาหวาน กลุ่มโรค Endocrine, metabolic, blood, and immune disorders (EMBIDs) โรคไตเรื้อรัง กลุ่มโรคฟัน โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) โรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic pulmonary disease, COPD) และโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease, IHD) ผลการทบทวนวรรณกรรมแสดงถึงปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม (Social Determinant of Health: SDOH) รวมถึงการเกิดโรคร่วมมีอิทธิพลอย่างสูงต่อผลกระทบด้านสุขภาพประชากรจากต่อการระบาด COVID-19 สรุปผลการศึกษาการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเกิดโรคร่วมและปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมที่ส่งผลต่อสุขภาพประชากร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจำเป็นพิจารณาปัจจัยดังกล่าวในการออกแบบนโยบายสุขภาพต่อไป