การพัฒนารูปแบบการให้บริการวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภูมิหลังและเหตุผล: สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งสถานบริการสุขภาพมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดความแออัดของโรงพยาบาล และเพิ่มช่องทางในการรับบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากการมารับบริการที่สถานบริการสุขภาพโดยตรง วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบ ศึกษาประสิทธิผล และศึกษาต้นทุนของรูปแบบระบบบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบเก่าและวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสถานการณ์คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง โดยทำการสนทนากลุ่มจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 48 คน วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยการนำสถานการณ์และปัญหามาวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาประสิทธิผล กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมได้ดี (กลุ่มสีเขียว) ที่มารับบริการในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดปัตตานี จำนวน 6 แห่ง โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม อย่างละ 388 คน รวมเป็น 1,552 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการคิดเชิงวิเคราะห์ ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ 0.801 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบก่อนหลังด้วยสถิติ Repleted t-test ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาต้นทุน ใช้วิธีการศึกษาต้นทุนทางบัญชี (Account costing) จากมุมมองผู้ให้บริการ (Provider’s perspective) การศึกษานี้ประมาณการต้นทุนที่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จากฐานข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และเปรียบเทียบผลในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองโดยใช้ Independent t test 1) สถานการณ์การจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มิติของผู้ป่วย: ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 จะมึการนัดมาพบแพทย์เดือนละ 1 ครั้ง และเมื่อสามารถควบคุมอาการได้ แพทย์จะนัดมาติดตามอาการทุก 2-3 เดือน ส่วนรูปแบบการบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ ต้องการให้มีรูปแบบที่มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น เมื่อพบอาการผิดปกติมีช่องทางให้คำปรึกษาในระบบออนไลน์ เป็นการลดการไปพบแพทย์ในโรงพยาบาล มิติบุคลากรทางการแพทย์: ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แบ่งลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ออกเป็น 3 กลุ่มสี ได้แก่ กลุ่มสีเขียว กลุ่มสีเหลือง และกลุ่มสีแดง ส่วนรูปแบบทางการแพทย์วิธีใหม่ในอนาคต ต้องการให้มีจุดคัดกรองที่มีอุปกรณ์การตรวจที่เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้ง่าย โดยต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงจุดตรวจคัดกรองเพิ่มมากขึ้น และจุดตรวจคัดกรองควรอยู่ใกล้บ้าน เพื่อทำให้เกิดการเข้าถึงของผู้ป่วยได้ง่าย 2) รูปแบบการจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปรับเปลี่ยนการนัดผู้ป่วยมาที่หน่วยบริการทุก 4 เดือน โดยในเดือนที่ไม่ได้มาที่หน่วยบริการทำการบันทึกผลภาวะสุขภาพด้วยตนเอง หรือ Self-monitoring record มาส่งให้พยาบาลที่เป็น Case manager หรือผู้ที่มีหน้าที่ Triage ทุกครั้งที่นัดหมาย เพื่อรับยาตามปกติ ในกรณีที่ผลผิดปกติสามารถเข้าช่องทาง Fast tract มาพบแพทย์ เพื่อพิจารณาปัญหาหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติ โดยมีการนัดและจัดบริการให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม 3) ผลของการใช้รูปแบบการจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่กลุ่มโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พบว่า เพศ อายุ ค่าระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันซิสโตลิก (systolic) ระดับความดันไดแอสโตลิก (diastolic) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ด้านจำนวน visit พบว่า กลุ่มทดลองมาโรงพยาบาลจำนวน 2 ครั้ง กลุ่มควบคุม มาโรงพยาบาลทั้ง 4 ครั้ง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผู้รับบริการมีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 4.25 และ 4.22 ตามลำดับ และผู้ให้บริการมีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 3.75 และ 3.75 ตามลำดับ 4) การศึกษาต้นทุนของรูปแบบระบบบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบเก่าและวิถีใหม่ พบว่า ในกลุ่มโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง การตรวจครั้งที่ 1 2 3 และ 4 ของกลุ่มที่ใช้รูปแบบระบบบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่ มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)คำสำคัญ: โรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง