รูปแบบของการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่เพื่อรองรับโรคอุบัติใหม่ ของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยประเมินผล แบบผสมวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบบริการการแพทย์วิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19 และเพื่อรองรับโรคอุบัติใหม่ ในการจัดบริการแผนกผู้ป่วยนอก สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พื้นในการศึกษาเลือกแบบเฉพาะเจาะจงประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบล รวมเป็น 20 สถานบริการ ดาเนินการวิจัยเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องการกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลที่ทาการศึกษา 10 พื้นที่ พื้นที่ละ 8 คน รวม 10 คน ใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหา ระหว่าง .67 – 1.00 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล แบบสามเส้าด้านวิธีรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ปฏิบัติงานใน แผนกผู้ป่วยนอก และแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน คลินิกโรคระบบทางเดินทายใจ แผนกทันตกรรม จานวนทั้งสิ้น 3,200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการดาเนินการการป้องกันการติดเชื้อและแบบสอบถามความเหมาะสมต่อการจัดบริการแบบ New normal ในแผนกที่ปฏิบัติงาน ได้ค่า IOC ระหว่าง .67 – 1.00 ได้ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ .967 เก็บข้อมูลแบบ Online Survey วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่าสุด ค่าสูงสุด และสถิติ One-way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า1. การจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์ระบาดโรค โควิด-19 ตามความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( x =4.08, SD= 0.59)2. ขนาดโรงพยาบาลต่างกัน มีการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์ระบาดโรค โควิด-19 แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยบุคลากรทางแพทย์แสดงความคิดเห็นว่า รพ.สต. และโรงพยาบาลศูนย์ (A) มีการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่มากกว่าโรงพยาบาลทั่วไประดับ S, M1 และโรงพยาบาลชุมชนระดับ M2, F1 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .001 นอกจากนี้แผนกที่ให้บริการต่างกัน มีการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19 แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยบุคลากรทางแพทย์แสดงความคิดเห็นว่า แผนกทันตกรรมมีการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่มากกว่าแผนกผู้ป่วยนอก แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินและแผนกหู คอ จมูก อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .001, .01 และ .05 ตามลาดับ3. รูปแบบการให้บริการช่วงระบาดโรคโควิด-19 เน้นการลดการเข้ามาในโรงพยาบาล มีบางแผนก เช่นแผนกทันตกรรม ต้องหยุดการให้บริการ แนวทางในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อระบบทางเดินหายใจ มีการตั้งจุดล้างมือ ใส่เสื้อกาวน์ ใส่ face shield และหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การบริหารจัดการ โดยการจัดสรรและแบ่งบุคลากรทางานทั้งแบ่งตามงานและแบ่งให้เพียงพอต่อการปฏิบัติตามครบทั้ง 24 ชม. มีการกาหนดนโยบายเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ มีการกาหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน การควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม เน้นการควบคุมอากาศตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข การใช้เครื่องช่วยฟอกอากาศ มีการวางแผนปรับปรุงห้อง สำหรับผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่าการจัดบริการช่วงระบาด เน้นการลดการเข้ามาในโรงพยาบาล มีบางแผนกต้องหยุดการให้บริการ แนวทางในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อระบบทางเดินหายใจ มีการตั้งจุดล้างมือ ใส่เสื้อกาวน์ ใส่ face shield และหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ด้านการบริหารจัดการมีแบ่งบุคลากรทางานให้ครบทั้ง 24 ชม. เน้นการควบคุมอากาศตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้พบปัญหาระบบการให้บริการในช่วงแรก ทางโรงพยาบาลและทีมคณะกรรมการได้ดาเนินการ รวมทั้งปัญหาการขาดอุปกรณ์ในการป้องกัน อัตรากาลังไม่เพียงพอ ตลอดจนการเปิดโรงพยาบาลมมีความล่าช้าเนื่องจากอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ดังนั้นการจัดบริการการแพทย์วิถีใหม่ควรให้ความสาคัญกับการบริหารจัดการโดยเน้นที่ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้กาหนดนโยบายถ่ายทอดสู่การปฏิบัติอย่างชัดเจน มีแนวทางการชัดเจนเป็นทิศทางเดียวกัน มีความยืนหยุ่นในการปฏิบัติสาหรับผู้ปฏิบัติ ตลอดจนการออกแบบอาคารและพื้นที่ในสถานพยาบาลทุกระดับ ควรมีการคานึงถึงบริทบของสภาพแวดล้อมในสถานบริการที่สามารถป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจได้