แนวทางการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้วยทฤษฎีการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในโรงพยาบาลชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรค COVID - 19 เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลชุมชนเป็นสถานพยาบาลที่สำคัญพื้นฐานที่ทำการรักษาผู้ป่วย ปัจจุบันพบว่าอาคารผู้ป่วยนอกถูกก่อสร้างตามแบบมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเลขที่ 3130 ก่อตั้งมานานเกินกว่า 30 ปี มีความทรุดโทรม และมีการต่อเติมแก้ไขปรับปรุงการใช้งานมาโดยตลอดโดยไม่ได้คำนึงถึงทฤษฎีการออกแบบแบบมีส่วนร่วมที่ใช้จากการประเมินประสบการณ์พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้อาคาร งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาปัญหาจากพฤติกรรมการใช้งาน 2) สร้างต้นแบบการปรับปรุงอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) และอาคารอื่นๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ วิธีการดำเนินการวิจัยเป็นเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลทางกายภาพอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ด้วยการสังเกตการณ์ (Observation) สัมภาษณ์ (Interview) บุคลากรทางการแพทย์ของ 3 โรงพยาบาล จำนวน 30 คน แบ่งเป็น โรงพยาบาลดอยสะเก็ตและโรงพยาบาลแม่วาง อย่างละ 11 คน โรงพยาบาลสารภี 8 คน วิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วย Content Analysis เพื่อนำข้อมูลที่สรุปได้ไปออกแบบ ขั้นตอนสุดท้ายประเมินต้นแบบ โดยการสัมภาษณ์กับกลุ่มตัวอย่างเชิงลึกกลุ่มเดิม และวิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วย Content Analysis ผลลัพธ์ที่ได้จะนำมาสู่ต้นแบบ ข้อแนะนำการออกแบบปรับปรุง ผลการวิจัยนำมาสู่ 1) การออกแบบปรับปรุงอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) และออกแบบใหม่ 2 อาคาร ประกอบด้วย 2) อาคารคลินิกโรคระบาดทางเดินหายใจ 3) อาคารสนับสนุนและฝ่ายบริหาร นำการออกแบบไปประเมินขั้นตอนสุดท้าย ข้อเสนอแนะให้ คลังยาในอาคารผู้ป่วยนอก ควรอยู่ชั้นที่ 1 ขยายคลังยาออกไปด้านข้างห้องจ่ายยา หรือ พื้นที่โรงอาหารในอาคารสนับสนุนและฝ่ายบริหารรวมกับคลังยา ขยายออกไปอีก 1 อาคาร อาคารทั้งหมดควรเชื่อมกันด้วยทางเดิน ผลงานวิจัยนี้ผู้บริหารโรงพยาบาลชุมชนอื่นๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงกำหนดนโยบายบริหาร ซึ่งส่งผลต่อการกระจายงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขหรือการใช้เงินบริจาคต่อไป