ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในช่วงการระบาดของ COVID-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน โครงการวิจัยระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในช่วง การระบาดของ COVID-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในช่วงการระบาดของ COVID-19 (2) พัฒนารูปแบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่สำหรับสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในช่วงการระบาดของ COVID-19 (3) ศึกษาผลของการนำรูปแบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่สำหรับสำหรับป่วยโรคหลอดเลือดสมองในช่วงการระบาดของ COVID-19 ไปใช้ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน การวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน (A Mixed Methods Design) ของการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและวิจัยกึ่งทดลอง เครื่องมือวิจัยใช้แบบประเมินผลการนำรูปแบบไปใช้ และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โรงพยาบาลรัฐและเอกชนในจังหวัดตรัง อย่างละ 1 แห่งถูกเลือกแบบเจาะจงเพื่อเข้าร่วมวิจัย กลุ่มตัวอย่าง 40 คน ที่เข้าร่วมวิจัยประกอบด้วย ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันที่มีอาการนอกโรงพยาบาล จำนวน 10 ราย หัวหน้าแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน จำนวน 2 ราย แพทย์แผนกฉุกเฉิน จำนวน 4 ราย พยาบาลในแผนกฉุกเฉิน จำนวน 20 ราย และพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ จำนวน 4 รายจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในช่วงการระบาดของ COVID-19 แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ (1) ระยะการดูแลก่อนมาโรงพยาบาล ประกอบด้วย ระบบการแพทย์ทางไกลสำหรับดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ระบบการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ณ จุดเกิดเหตุที่คำนึงถึงการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 และระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล (2) ระยะการดูแลในแผนกฉุกเฉิน ประกอบด้วย การคัดกรอง การติดเชื้อ COVID-19 ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่คำนึงถึงการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 (3) ระยะการส่งต่อผู้ป่วยรับการรักษาเป็นผู้ป่วยในโดยเน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและการแยกผู้ป่วย โรงพยาบาลทั้งสองแห่งได้ร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ โดยมีแนวปฏิบัติที่สำคัญและแตกต่างจากระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในก่อนการระบาดของ COVID-19 ในประเด็นต่อไปนี้ การแยกผู้ป่วย (Isolation patient) การสวมหน้ากากอนามัยให้ผู้ป่วย (Mask on patient) การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของบุคลากรทีมสุขภาพ (Personal Protective Equipment for health care personnel) การงดให้ยาละลายลิ่มเลือด rt-PA ในผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง (No rt-PA in severe COVID with coagulopathy case) การดูแลเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดเฉียบพลันที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด rt-PA (Aware of drug interaction: antiplatelet, antiviral) และการพิจารณาใช้ telemedicine เพื่อลดการสัมผัสเชื้อ (Consider telemedicine to minimize contact) จำนวน 3 แนวปฏิบัติ ได้แก่ (1) แนวปฏิบัติการดูแลโรคหลอดเลือดสมองแบบเร่งด่วน (Stroke Fast Track) สำหรับผู้ป่วยสงสัย/ติดเชื้อ COVID-19 (2) แนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เป็น PUI/COVID-19 ที่มีข้อบ่งชี้ในการทำ Mechanical thrombectomy และ (3) แนวปฏิบัติการรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ณ Stroke Unit (SU) ในช่วงการระบาด COVID-19 ผลของการนำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวไปใช้ พบว่า ร้อยละ 99 ของกลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นว่า เนื้อหาและกระบวนการของแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้จริง อีกทั้งทำให้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยเกิดความปลอดภัย รวมทั้งลดอัตราการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามขั้นตอนปฏิบัติการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Full PPE) ทำให้ระยะเวลาในการเข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการนำรูปแบบไปใช้ คือ การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เป็น PUI/COVID-19 ที่มีข้อบ่งชี้ในการทำ Mechanical thrombectomy มีข้อจำกัด เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (Neurointerventional Radiologist) และพยาบาลที่ช่วยแพทย์ในการทำหัตถการสวนหลอดเลือดสมองในจังหวัดตรัง รวมทั้งสถานที่จัดหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาทในประเทศไทยมีน้อย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคจากผลการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย (1) การพัฒนาหลักสูตรอบรมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (2) การพัฒนาสมรรถนะของพยาบาลในการทำหัตถการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และ (3) การลดความล่าช้าในการมาถึงโรงพยาบาลและการรักษาโรคหลอดเลือดสมองโดยการเพิ่มช่องทางการเคลื่อนย้ายเพื่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการทำหัตถการไปยังสถานพยาบาลที่มีความพร้อม คำสำคัญ: การแพทย์ฉุกเฉิน, วิถีใหม่, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, การระบาดของ COVID-19