กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัย การออกแบบระบบบริการสุขภาพในหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้สถานการณ์ Covid - 19 : กรณีศึกษาพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีความมุ่งหวังให้บุคลากรเห็นความสำคัญของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิและสามารถปรับวิธีการทำงาน เพื่อตอบสนองปัญหาที่มีความซับซ้อนจนนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น(trust)ในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย 2 กระบวนการย่อย ได้แก่ส่วนที่ 1 การทบทวนประสบการณ์การทำงานของบุคลากรในระบบบริการปฐมภูมิภายใต้สถานการณ์โรคระบาด Covid -19 ผ่านเรื่องเล่า โดยอิงกรอบแนวคิดการทำงาน primary care ของ WHO , กรอบการทำงานกับภาคีเครือข่ายในชุมชน และการวิเคราะห์ความซับซ้อนของสถานการณ์โรคระบาด มีการตอบสนองต่อนโยบายจากส่วนกลางร่วมกับมาตรการข้อตกลงระดับพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่ 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) ความปลอดภัยของบุคลากรและผู้รับบริการ (2P safety) 2) ชุมชนเข้มแข็งจัดการโรค 3) การควบคุม/ยับยั้งโรคที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บุคลากรเกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาระบบบริการเพื่อตอบสนองปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันผู้วิจัยเห็นถึงความจำเป็นเชิงนโยบายต่อหน่วยงานรับผิดชอบหลักระดับประเทศ ควรมีการเตรียมการความพร้อมทั้งโครงสร้าง งบประมาณและบุคลากรเป็นการเฉพาะต่อการรับมือโรคระบาดที่อาจจะเกิดอีกในอนาคต รวมถึงการตอบสนองต่อปัญหาโรคเรื้อรังที่อาจจะต้องใช้วิธีจัดการที่แตกต่างไปจากเดิมส่วนที่ 2 การพัฒนาบุคลากรเป้าหมายเพื่อออกแบบบริการสุขภาพใหม่ ภายใต้ความสัมพันธ์และวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้แนวคิดและกระบวนการ design thinking จนเกิดผลลัพธ์การออกแบบการทำงานและระบบบริการรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนในระดับพื้นที่ 4 ประเด็น 1) ปัญหาภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์, 2) การพัฒนารูปแบบการจัดบริการเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ, 3) การพัฒนารูปแบบดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ระยะIntermediate care, 4) การพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ จากการติดตามหลังจบกระบวนการ ผู้วิจัยพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านบุคลากรผู้ให้บริการต่อมุมมองความสำคัญของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิเพิ่มขึ้น สำหรับด้านผู้รับบริการเกิดความเชื่อมั่นที่จะเข้ารับบริการ ประเมินได้จากความร่วมมือในการร่วมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะIntermediate care จำนวน 21 ราย พบว่าผู้ป่วยมีระดับ ADL ที่เพิ่มขึ้นจำนวน 18 ราย (85.71%) และ ผลลัพธ์ด้านคลินิกที่ดีขึ้นจากตัวอย่างของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะซีด 22 ราย สามารถจัดการแก้ปัญหาจนไม่พบภาวะซีด 14 ราย (66.66%) นอกจากนี้ ทั้ง 4 ประเด็นกำลังเตรียมการพัฒนาเพื่อให้สามารถดำเนินการในสภาวะที่อาจจะมีโรคระบาดขึ้นอีก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness