กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์ งานวิจัยนี้เกี่ยวกับการถอดบทเรียนการปฏิบัติเพื่อปกป้องบุคลากรในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ในโรงพยาบาล 32 แห่งในประเทศไทย ซึ่งสามารถจัดกลุ่มและจัดทำเป็นโปรแกรมในการปกป้องบุคลากรโดยการใช้แบบสอบถามหัวหน้างาน ผู้ทำงานด้านการควบคุมโรคติดเชื้อและการสัมภาษณ์ทีมบริหารของโรงพยาบาล รวมถึงการประเมินการระบายอากาศและการเพาะเชื้อแบคทีเรียในหน่วยงานต่างๆในโรงพยาบาล ทำให้สามารถทำนายวิถีปฏิบัติใหม่ในการปฏิบัติงานประจำของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อป้องกันสิ่งคุกคามด้านการติดเชื้อในอนาคต วิธีการ เป็นงานวิจัยเชิงพรรณนา โดยการส่งแบบสอบถามไปยังหัวหน้างาน ผู้รับผิดชอบด้านการควบคุมโรคติดเชื้อ แพทย์ โดยสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติใหม่ในการจัดการด้านระบบ โครงสร้าง และบุคลากร ในช่วงการระบาดในโรงพยาบาลของแต่ละกลุ่ม มีการสัมภาษณ์ทีมบริหารโดยเก็บข้อมูลเดียวกัน และเกี่ยวกับการทำนายวิถีการปฏิบัติใหม่ในการดูแลผู้ป่วยหลังจาก COVID โดยการสัมภาษณ์ online เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ในระหว่างการระบาด และการประเมินการระบายอากาศและวางเพลทเพื่อนับโคโลนีของแบคทีเรีย ซึ่งต้องกำหนดพื้นที่ที่สามารถเข้าได้ในแต่ละโรงพยาบาล ผล มีผู้ตอบแบบสอบถาม 543 คน พบว่ามีการควบคุมโรคเป็นระบบ โครงสร้าง และบุคลากร 85.2%, 82.6% และ 83.1% ตามลำดับ การจัดการระบบส่วนใหญ่จะเป็นการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วย สำหรับการจัดการโครงสร้างพบว่ามีการปรับปรุงอย่างรีบด่วนโดยการจัดทำ cohort ward การสำรวจระบบระบายอากาศ การติดพัดลมดูดอากาศ การใช้การระบายอากาศโดยธรรมชาติ การใช้ HEPA และการใช้ UV ในด้านการจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน มีการจัดช่องทาง logistic สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และปรับการทำความสะอาด เกี่ยวกับนโยบายของโรงพยาบาลจะมีการป้องกันผู้ป่วยและ PUI เข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลโดยจัดพื้นที่ให้ตั้งคลินิก ARI และจำกัดจำนวนผู้ป่วย เพื่อลดการแออัด ระบบระบายอากาศส่วนใหญ่จะถูกประเมินโดยบุคลากรของโรงพยาบาลเอง ผลการเพาะเชื้อแบคทีเรียพบว่าไม่เกินมาตรฐาน 71.7% การระบายอากาศแบบธรรมชาติเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มการระบายอากาศในโรงพยาบาล จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนใหญ่มีการแนะนำว่าหลัง COVID ควรมีการจัดทำ ARI clinic ต่อเนื่อง ควรมีการสร้างห้อง negative pressure เพิ่ม มีการให้ความรู้ด้านการป้องกันและสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ที่ทันสมัยตลอดเวลา ต้องสร้างความเข้มแข็งในการจัดทำระบบอาชีวอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ คงไว้ซึ่งมาตรการ DMHTT โดยใช้การแพทย์ทางไกล และการส่งต่อผู้ป่วยที่อาการคงที่ไปดูแลยังสถานพยาบาลขนาดเล็กกว่ารอบๆ โรงพยาบาล ข้อแนะนำ เมื่อมีการระบาด การสาธารณสุขส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่การให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย แต่ไม่มีรูปแบบอาชีวอนามัยที่ชัดเจนสำหรับปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ การปฏิบัติวิถีใหม่คือการคงมาตรการที่มีประโยชน์ในช่วงการระบาดไว้ ทั้งการจัดการด้านระบบ โครงสร้าง และบุคลากร ซึ่งจะช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากการระบาดครั้งหน้าได้ และสามารถดำเนินงานโรงพยาบาลต่อไปได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เกิดโปรแกรมการปฏิบัติที่ทำให้โรงพยาบาลสามารถนำไปสร้างระบบและทีมงานในการดูแลบุคลากรโรงพยาบาลและครอบคลุมการปรับระบบโครงสร้างห้องและระบบระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม..
ระบบการกดูแลบุคลากรยังแยกส่วน ไม่มีผู้รับผิดชอบที่ครอบคลุมทุกโรงพยาบาล รวมทั้งขาดผู้เชี่ยวชาญในการการปรับปรุงด้านโครงสร้างห้องและระบบระบายอากาศ ซึ่งเป็นการควบคุมการสัมผัสโรคติดเชื้อที่สำคัญ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
จากการศึกษาจะได้แนวปฏิบัติในการดูแลบุคลากรที่ทุกโรงพยาบาล สามารถนำไปปรับให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เป็นปกติจากการทำงานกับโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล
จากสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส ทำให้ผู้บริหารทุกโรงพยาบาลเห็นความสำคัญของการจัดระบบโครงสร้างห้องและระบบระบายอากาศและระบบการดูแลบุคลากร