โปรแกรมปกป้องบุคลากรโรงพยาบาลจากโรคติดเชื้ออุบัติใหม่: บทเรียนการปฏิบัติสู่การปฏิบัติใหม่ปกติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ งานวิจัยนี้เกี่ยวกับการถอดบทเรียนการปฏิบัติเพื่อปกป้องบุคลากรในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ในโรงพยาบาล 32 แห่งในประเทศไทย ซึ่งสามารถจัดกลุ่มและจัดทำเป็นโปรแกรมในการปกป้องบุคลากรโดยการใช้แบบสอบถามหัวหน้างาน ผู้ทำงานด้านการควบคุมโรคติดเชื้อและการสัมภาษณ์ทีมบริหารของโรงพยาบาล รวมถึงการประเมินการระบายอากาศและการเพาะเชื้อแบคทีเรียในหน่วยงานต่างๆในโรงพยาบาล ทำให้สามารถทำนายวิถีปฏิบัติใหม่ในการปฏิบัติงานประจำของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อป้องกันสิ่งคุกคามด้านการติดเชื้อในอนาคต วิธีการ เป็นงานวิจัยเชิงพรรณนา โดยการส่งแบบสอบถามไปยังหัวหน้างาน ผู้รับผิดชอบด้านการควบคุมโรคติดเชื้อ แพทย์ โดยสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติใหม่ในการจัดการด้านระบบ โครงสร้าง และบุคลากร ในช่วงการระบาดในโรงพยาบาลของแต่ละกลุ่ม มีการสัมภาษณ์ทีมบริหารโดยเก็บข้อมูลเดียวกัน และเกี่ยวกับการทำนายวิถีการปฏิบัติใหม่ในการดูแลผู้ป่วยหลังจาก COVID โดยการสัมภาษณ์ online เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ในระหว่างการระบาด และการประเมินการระบายอากาศและวางเพลทเพื่อนับโคโลนีของแบคทีเรีย ซึ่งต้องกำหนดพื้นที่ที่สามารถเข้าได้ในแต่ละโรงพยาบาล ผล มีผู้ตอบแบบสอบถาม 543 คน พบว่ามีการควบคุมโรคเป็นระบบ โครงสร้าง และบุคลากร 85.2%, 82.6% และ 83.1% ตามลำดับ การจัดการระบบส่วนใหญ่จะเป็นการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วย สำหรับการจัดการโครงสร้างพบว่ามีการปรับปรุงอย่างรีบด่วนโดยการจัดทำ cohort ward การสำรวจระบบระบายอากาศ การติดพัดลมดูดอากาศ การใช้การระบายอากาศโดยธรรมชาติ การใช้ HEPA และการใช้ UV ในด้านการจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน มีการจัดช่องทาง logistic สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และปรับการทำความสะอาด เกี่ยวกับนโยบายของโรงพยาบาลจะมีการป้องกันผู้ป่วยและ PUI เข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลโดยจัดพื้นที่ให้ตั้งคลินิก ARI และจำกัดจำนวนผู้ป่วย เพื่อลดการแออัด ระบบระบายอากาศส่วนใหญ่จะถูกประเมินโดยบุคลากรของโรงพยาบาลเอง ผลการเพาะเชื้อแบคทีเรียพบว่าไม่เกินมาตรฐาน 71.7% การระบายอากาศแบบธรรมชาติเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มการระบายอากาศในโรงพยาบาล จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนใหญ่มีการแนะนำว่าหลัง COVID ควรมีการจัดทำ ARI clinic ต่อเนื่อง ควรมีการสร้างห้อง negative pressure เพิ่ม มีการให้ความรู้ด้านการป้องกันและสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ที่ทันสมัยตลอดเวลา ต้องสร้างความเข้มแข็งในการจัดทำระบบอาชีวอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ คงไว้ซึ่งมาตรการ DMHTT โดยใช้การแพทย์ทางไกล และการส่งต่อผู้ป่วยที่อาการคงที่ไปดูแลยังสถานพยาบาลขนาดเล็กกว่ารอบๆ โรงพยาบาล ข้อแนะนำ เมื่อมีการระบาด การสาธารณสุขส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่การให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย แต่ไม่มีรูปแบบอาชีวอนามัยที่ชัดเจนสำหรับปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ การปฏิบัติวิถีใหม่คือการคงมาตรการที่มีประโยชน์ในช่วงการระบาดไว้ ทั้งการจัดการด้านระบบ โครงสร้าง และบุคลากร ซึ่งจะช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากการระบาดครั้งหน้าได้ และสามารถดำเนินงานโรงพยาบาลต่อไปได้