โปรแกรมปกป้องบุคลากรโรงพยาบาลจากโรคโคโรนาไวรัส: รูปแบบอาชีวอนามัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา (COVID 19) การจัดทำมาตรการปกป้องบุคลากรโรงพยาบาลซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เร่งด่วนของการเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย การใช้มาตรการควบคุมการสัมผัส hierarchy of control ทางด้านอาชีวอนามัยจะทำให้ให้มีการพิจารณามาตรการที่ครอบคลุมเพื่อลดการสัมผัสความเสี่ยงจากการทำงานของบุคลากร และการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้บุคลการมีความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย ร่วมกับการประเมินปัญหาด้านจิตใจเพื่อจัดทำโปรแกรมปกป้องบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดปัญหาด้านจิตใจ วิธีวิจัย การศึกษาเป็นรูปแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional design) โดยใช้แบบสอบถามในการประเมิน ทำการสอบถามบุคลากรโรงพยาบาล ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Chi-square เปรียบเทียบร้อยละการดำเนินงาน และพิจารณาขนาดความสัมพันธ์ โดยใช้ GLM: Generalized Linear Model ผลการวิจัย มีผู้ตอบแบบสอบถาม 3086 คน ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรโรงพยาบาลได้รับการสื่อสารนโยบาย ข้อมูล คู่มือ แนวปฏิบัติที่ดี ร้อยละ 94.6- 99.1 กำจัดที่แหล่งปัญหา (Elimination) ร้อยละ 93.1-97.2 จัดการด้านสิ่งอำนวยสะดวก ร้อยละ95.0-99.5 ระบบการให้ความรู้ การใช้ PPE การสอบสวน เฝ้าระวัง ร้อยละ 92.5-97.8 โดยมาตรการดังกล่าว พบว่ามีการดำเนินการในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปมากว่า ขณะที่การดูแลบุคลากรในโรงพยาบาลเอกชนมีการดูแลมากกว่า โดยบุคลากรพยาบาลและกลุ่มบุคลากรตำแหน่งอื่นๆ และบุคลากรที่ทำงานสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยมีการใช้ PPE มากกว่า โดยพบบุคลากรมีความรู้ ทัศนคติ ร้อยละ89.5และ94.0 และมีการปฏิบัติที่ถูกต้อง ร้อยละ 94.0 โดยมีการล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา ร้อยละ 99.9 และรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ร้อยละ 99.0 พบบุคลากรที่ทำงานสัมผัสผู้ป่วยมีคะแนนทัศนคติ และการปฏิบัติ สูงกว่า นอกจากนี้พบอุบัติการณ์ความเครียด ระดับสูง ร้อยละ 10.9 พบภาวะ PTSD และ burnout ระดับสูง ร้อยละ 29.6 และ 22.6 ตามลำดับ โดยข้อมูลจากผลการศึกษาพบว่า บุคลากรที่เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อเสี่ยงสูงและบุคลากรติดเชื้อมีคะแนนความเครียด มีภาวะ PTSD และ Burn out ระดับสูง มากกว่า 1.55-2.66 เท่า และพบคะแนนการบริหารจัดการและการใช้ PPE เพื่อปกป้องบุคลากรจากการติดเชื้อ COVID ที่เพิ่มขึ้น สามารถลดความผิดปกติความเครียด 1.32 เท่า โดยพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05) สรุป บุคลากรโรงพยาบาลเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่กระจายโรค และส่งผลต่อปัญหาด้านจิตใจในสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ การจัดมาตรการปกป้องบุคลากรควรต้องมีมาตรการควบคุมการสัมผัส ที่ครอบคลุมการสนับสนุนทั้งด้านโครงสร้าง ระบบบริหารจัดการและการดูแลบุคลากรที่ครอบคลุมร่างกายและจิตใจเพื่อทำให้บุคลากรมั่นใจในการทำงานอย่างปลอดโรค ปลอดภัย คำสำคัญ บุคลากรโรงพยาบาล, โรคโคโรนาไวรัส, รูปแบบอาชีวอนามัย