การศึกษาลักษณะการดำเนินชีวิตและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ต่อผู้สูงอายุในชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการดำเนินชีวิตและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของประชากรผู้สูงอายุในชุมชน ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยกลุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอนจากชุมชนที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนทั้งหมด 5,649 คน เครื่องมือที่ใช้ศึกษา ประกอบด้วย แบบประเมินภาวะซึมเศร้า 9 ข้อคำถาม แบบประเมินคุณภาพชีวิตฉบับย่อ 26 ข้อ และแบบสอบถามการดำเนินชีวิตระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านผู้สูงอายุ ประเทศญี่ปุ่น, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุกลุ่มตัวอย่างมีอายุค่าเฉลี่ย 69.79 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 63.9 สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 59.59 ได้รับการศึกษาในโรงเรียนน้อยกว่า 6 ปี ร้อยละ 66.81 ผลกระทบด้านสังคมในการดำเนินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบว่า ผู้สูงอายุรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นน้อยมาก ร้อยละ 52.68 ส่วนใหญ่เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ร้อยละ 18.32 ผู้สูงอายุในงานวิจัยครั้งนี้มีการเดินทางออกนอกบ้านลดลงมาก ร้อยละ 51.96 โดยบุคคลที่ผู้สูงอายุออกไปพบปะเป็นส่วนใหญ่คือเพื่อนบ้านที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ร้อยละ 60.77 ทั้งนี้ผู้สูงอายุงดการออกไปเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มอาสา ร้อยละ 65.62 งดการออกกำลังกาย ร้อยละ 74.37 และประวัติการหกล้มของผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับการกลัวการหกล้ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อย่างไรก็ตามไม่มีความสัมพันธ์กับอาการของภาวะซึมเศร้า (p > 0.05) ผู้สูงอายุในชุมชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.36 สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง เช่น การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ การซื้อของใช้ที่จำเป็น การทำอาหาร การทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 65.18 เมื่อพิจารณาแยกรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตไม่ดีในด้านสิ่งแวดล้อม เท่ากับ 16.06 รองลงมาคือด้านสุขภาพทางกาย เท่ากับ 14.69 ด้านจิตใจ เท่ากับ 12.76 และด้านสัมพันธภาพทางสังคม เท่ากับ 6.46 ข้อมูลกิจกรรมที่ผู้สูงอายุปฏิบัติระหว่างมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน การรับรู้ข่าวสารและการใช้ช่องทางสื่อสารประกอบการตัดสินใจเพื่อปฏิบัติตาม มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวันระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ไม่มีความสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นในชุมชนที่ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ (p > 0.05) นอกจากนั้นข้อมูลของวัคซีนด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลข้างเคียง มีความสัมพันธ์กับความต้องการได้รับวัคซีนของผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในการวางแผนด้านมาตรการสำหรับผู้สูงอายุในช่วงภาวะโรคระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม และสัมพันธภาพทางสังคม