Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

ภาวะโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคของผู้ป่วยเบาหวาน ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ชมนาถ แปลงมาลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental research design) มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอุปราช ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ให้ถูกต้อง และมีผลระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทำการศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive Sampling) แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่พร้อมปฏิบัติ (Prepared Group) ๒๐ คน และกลุ่มลังเล-สงสัย (Hesitant Group) ๑๘ คน โดยเข้าร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหาร การใช้ยา และการออกกำลังกาย เก็บรวมรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และการสังเกตุ ด้วยเครื่องมือ คือ แบบประเมินความรู้ แบบสัมภาษณ์ความถี่พฤติกรรมสุขภาพ และแบบบันทึกการสังเกตุ ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ – กันยายน ๒๕๖๑ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ และNonparametric test (Mann- Whitney U test และ Kolmogorov-Smirnov Test) ผลการวิจัยพบว่า หลังการให้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ ทั้ง ๒ กลุ่ม ส่วนใหญ่มีระดับความรู้อยู่ในระดับดีมาก ระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) ไม่แตกต่างกัน และระดับน้ำตาลสะสม (HbA๑C) ของกลุ่มพร้อมปฏิบัติพบว่าส่วนใหญ่มีระดับลดลง ในขณะที่กลุ่มลังเล–สงสัยส่วนใหญ่มีระดับเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลัง การได้รับโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพระหว่าง๒ กลุ่ม พบว่าคะแนนความรู้ และผลของระดับ DTX แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p =๐.๒๗๘ และ ๐.๓๗๑ ) (p =๐.๔๗๘ และ ๐.๔๔๓) ส่วนผล HbA๑C พบว่าทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p= ๐.๐๑๒ และ ๐.๐๐๓) จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีความพร้อมปฏิบัติมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพควบคุมระดับน้ำตาลในระยะยาวได้ดีกว่ากลุ่มที่สังสัย-ลังเล ถึงแม้ว่าจะมีความรู้และการควบคุมระดับน้ำตาลไม่แตกต่างกันก็ตาม

คำสำคัญ

NutritionโภชนาการการบริโภคอาหารFood habits

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

พัฒนารูปแบบการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลชุมชน

นงนุช โอบะ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560

การพัฒนาโมเดลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

ธีรพล ผังดี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ งานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

อาภรณ์ นันโท พ.ศ. 2557

การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการตนเอง ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีโรคร่วม

มาลีวรรณ เรืองเดช มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

ผลของโปรแกรมวิชัยโมเดลสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดพะเยา

มณฑล สงวนเสริมศร มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2558

ประสิทธิผลโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุโขทัย

ปัทมา สุพรรณกุล มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

ผลของการประยุกต์ใช้โปรแกรมทฤษฎีแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

สุนทรี สุรัตน์ วิทยาลัยเชียงราย พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์การจำแนกข้อมูลที่ไม่สมดุลในแต่ละกลุ่ม กรณีศึกษาการจำแนกกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน

ลีลี่ อิงศรีสว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558

การพัฒนารูปแบบบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานของหน่วยบริการระดับ ปฐมภูมิ ในช่วง COVID-19 ระบาด

จุติพร ผลเกิด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564

ผลของโปรแกรมการจัดกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ต่อพฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในคลินิกโรคเบาหวาน โรงพยาบาลพนมสารคาม

ดวงมณี วิยะทัศน์ พ.ศ. 2561