โครงการพัฒนาองค์ความรู้เรื่อง Health Literacy เพื่อการสร้างเสริมภูมิปัญญาและการเรียนรู้ด้านสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความฉลาดทางสุขภาพเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถในการดูแลตนเอง ด้านสุขภาพของประชาชน ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการเครื่องมือที่ใช้วัดความฉลาดทาง สุขภาพ การศึกษานำร่องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสมองค์ประกอบของความ ฉลาดทางสุขภาพตามแนวคิดของ Nutbeam (2008) และพัฒนาเครื่องมือทดสอบความฉลาดทาง สุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีขั้นตอนการศึกษา 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) การศึกษาทบทวนองค์ความรู้และพัฒนากรอบการพัฒนาเครื่องมือวัดความฉลาด ทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน 2) การพัฒนาและทดสอบเครื่องมือวัดความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับ โรคอ้วน 3) การวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือวัดความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน 4) การ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน และ 5) การวิเคราะห์ อำนาจจำแนกความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 389 ตัวอย่าง ถูกเลือกจากการสุ่มแบบแบทลายขั้น (Muli - stage samping) ผลการศึกษาพบว่า โมเดลการวัดความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วนในกลุ่ม นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก โดย 4 องค์ประกอบจาก 6 องค์ประกอบสำคัญที่มีความเหมาะสมสูง คือ 1) ทักษะการจัดการตนเอง 2) การเข้าถึงข้อมูล และบริการสุขภาพ 3) ทักษะการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และ 4) การรู้เท่าทันสื่อ มีค่าความเที่ยงตรงทั้งฉบับในระดับสูงมาก (r= 0.86) และมีอำนาจจำแนกดีมาก สามารถใช้จำแนกระดับความฉฉลาดทางสุขภาพได้เป็นอย่างดี แต่พบว่า 2 องค์ประกอบที่เหลือยังมี ความต้องการการพัฒนาเพิ่มขึ้น คือ องค์ประกอบด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพและการ ป้องกันโรคอ้วน และองค์ประกอบด้านทักษะการตัดสินใจเพื่อสุขภาพ ผลการศึกษา ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนานครื่องมือวัดความฉลางสุขภาพให้มีคณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถเป็นตัวชี้วัดระดับประเทศ ที่สะท้อนถึงสุขภาพดีของประชาชนและบอก เป้าหมายของการดำเนินงานสาธารณสุขได้ จะนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายการดูแลสุขภาพในโรคที่ ป้องกันได้ยังเป็นความจำเป็นและต้องการการพัฒนา รวมทั้งควรได้รับการสนับสนุนและผลักดัน จากผู้บริหารหรือผู้กำหนดนโยบาย