Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่มาใช้ บริการออกกำลังกายในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง

พรรณิภา กาวิละ สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

หัวข้อวิจัย : กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่มาใช้บริการออกกำลังกาย ในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ภายใต้แผนงานวิจัย : กระบวนการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ปีที่ทำการวิจัย : 2551 ผู้ทำการวิจัย : นางพรรณิภา กาวิละ บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ของนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกาย ในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ในด้านปัจจัยภายนอก คือ ปัญหาและอุปสรรคในการออกกำลังกาย ในปัจจัยด้านบุคคล ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านสังคม ปัจจัยเอื้อที่มีอิทธิพลต่อการออกกำลังกาย จากกิจกรรมออกกำลังกาย ได้แก่ วิ่ง เดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิกด้านซ์ ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 30 คน ที่เข้ามาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องผ่านมาแล้ว 5 ปี เป็นชาย 17 คน หญิง 13 คน รวม 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามปลายปิดชนิดเลือกตอบ 5 ระดับ และสัมภาษณ์พฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้ค่าความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม การบันทึกข้อมูลภาคสนามตรวจสอบข้อมูลสามเส้าผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย 1.1 ปัจจัยภายนอกที่มีปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายในปัจจัยด้านบุคคลโดยรวมอยู่ในระดับกลาง ความเหนื่อยล้าจากการเรียนอยู่ในระดับมาก ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอยู่ในระดับน้อย 1.2 ปัจจัยภายนอกด้านปัญหาและอุปสรรคที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ไม่มีที่เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว มีที่จอดรถสะดวกสบายและเพียงพอ ที่จอดรถมีความปลอดภัยในระดับมาก 1.3 ปัจจัยภายนอกด้านปัญหาและอุปสรรคที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ในด้านปัจจัยสังคม เมื่อพิจารณาโดยรวมอยู่ในระดับน้อย ขาดวิทยากรแนะนำในการออกกำลังกาย ไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำการออกกำลังกายแต่ละวิธี อยู่ในระดับน้อยสุด ขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและไม่มีเพื่อนเข้าร่วมออกกำลังกายอยู่ในระดับน้อย ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือ/พยาบาล ในกรณีบาดเจ็บเนื่องจากการออกกำลังกาย อยู่ในระดับปานกลาง 2. ปัจจัยเอื้อที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ผู้ปกครอง ผู้อุปการะให้การสนับสนุนในการออกกำลังกาย สถานที่ออกกำลังกายไม่ไกลจากบ้าน /ที่พัก มีสื่อประชาสัมพันธ์ ให้เข้ามาออกกำลังกาย มีความรู้ในการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ซึ่งได้จากสื่อโฆษณาอยู่ในระดับมาก ส่วนวิทยากรให้คำแนะนำในการออกกำลังกาย มีผู้นำออกกำลังกายอยู่ในระดับน้อย 3. กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ขั้นที่ 4 ขั้นปฏิบัติ (Action) 1. สาเหตุทางจิตวิทยา เกิดจากแรงจูงใจด้วยตนเอง ตนเองชอบสนุกสนาน ร่าเริง กล้าแสดงออก ชอบกิจกรรมแข่งขันกับผู้อื่น และสาเหตุจากทางสรีรวิทยา เมื่อออกกำลังกาย และเล่นกีฬาแล้ว ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อีกประการหนึ่งคือ สาเหตุทางสิ่งแวดล้อม สถานภาพทางสังคมเอื้ออำนวย สะดวกในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา มีครอบครัว มีเพื่อน สนับสนุนส่งเสริมให้ออกกำลังกาย มีสิ่งเร้าเป็นเครื่องล่อใจ สิ่งตอบแทนที่เป็นรางวัล 2. เกิดจากปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องคือปัจจัยด้านสติปัญญา การรับรู้ ประโยชน์ของการกระทำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรมทั้งทางตรงและทางอ้อม 3. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือกกิจกรรมการออกกำลังกายตามลำดับ ดังนี้ กิจกรรมการวิ่ง การเดินการปั่นจักรยานอยู่กับที่ การเต้นแอโรบิกด้านซ์ ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน 4. ภายหลังการออกกำลังกาย ของกลุ่มตัวอย่างพบว่า การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงทำงานไม่เหนื่อยง่าย ช่วยลดความเคร่งเครียด มีอารมณ์เบิกบาน แจ่มใส สุขภาพจิตดีขึ้น ลดความอ้วนได้ สนุก และสามารถป้องกันโรคได้ ขั้นที่ 5 ขั้นคงไว้ซึ่งพฤติกรรม (Maintenance) 1. พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะยังคงยึดการออกกำลังกายโดยกิจกรรมที่ตนปฏิบัติอยู่ ซึ่งเป็นการรับรู้ประโยชน์ของการกระทำและเป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม และพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนน้อยในอนาคต อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ปฏิบัติอยู่ ทั้งนี้เกิดจากอิทธิพลทางด้านสถานการณ์เป็นการรับรู้ของบุคคลต่อสถานการณ์ที่ส่งเสริมหรือขัดขวางการเกิดพฤติกรรมสุขภาพ 2. พบกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ปฏิบัติกิจกรรมการออกกำลังกาย เกินกว่า 5 ปีนั้น สาเหตุมาจากทางจิตวิทยา เกิดจากแรงจูงใจด้วยตนเอง จากทางด้านสรีรวิทยา จากสิ่งแวดล้อมและทางด้านสังคม 3. พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีหลักในการปฏิบัติกิจกรรมการออกกำลังกายให้มีความมั่นคงเกิดจากความคาดหวัง ความตั้งใจ ความประสงค์ให้เกิดความสำเร็จใจกิจกรรมนั้น และเกิดจากแรงจูงใจภายในของตนเอง 4. พบว่าจุดที่กลุ่มตัวอย่างยึดและประกันว่าตนจะไม่ยกเลิกในการออกกำลังกายนั้น เพราะเกิดจากแรงจูงใจ การรับรู้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย จากนั้นยังพบว่าอิทธิพลระหว่างบุคคลมีผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ 5. พบว่ากลุ่มตัวอย่างได้ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายที่ตนปฏิบัติอยู่ เนื่องจากมีความเข้าใจหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และปัจจัยด้านพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องและสั่งสมมาในอดีตมีการรับรู้ทางเลือกที่เหมาะสมและมีปัจจัยที่เป็นสิ่งแวดล้อมเร้าอารมณ์ คือความคาดหวัง ขั้นที่ 6 ขั้นสิ้นสุดการรับเข้ามา (Termination /Adoption) 1. พบว่า ณ ปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างมองเห็นภาพลักษณ์ของตนเองเกิดจากทางด้านทัศนคติมองเห็นความสำคัญ ความจำเป็น ประโยชน์ คุณค่าของการออกกำลังกาย และสาเหตุมาจากด้านจิตวิทยา มีความภูมิใจในตนเอง เมื่อประสบความสำเร็จจากการออกกำลังกาย และ เล่นกีฬา 2. พบว่าสิ่งที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างเกิดความสำเร็จและสัมฤทธิ์ผลในการออกกำลังกายนั้น เนื่องมาจาก ผลลัพธ์ทางพฤติกรรม ซึ่งเห็นผลมาจากการรับรู้ความรู้สึกต่อการปฏิบัติพฤติกรรมเป้าหมาย เป็นพันธะสัญญา ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติพฤติกรรมตามแผนที่กำหนด ซึ่งอยู่ภายใต้กระบวนการด้านความคิด 3. พบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นคุณค่า ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยส่วนบุคคลซึ่งเป็นปัจจัยทางด้านสรีรวิทยา ปัจจัยทางด้านจิตวิทยา และเกิดแรงจูงใจในตนเอง 4. พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีแนวคิดถึงเพื่อนเข้ามาออกกำลังกาย โดยเห็นผลดีของการออกกำลังกายที่เกิดขึ้นกับตนเอง และได้นำไปชักชวนเพื่อน ผู้ใกล้ชิด เข้ามาออกกำลังกายด้วยกัน

คำสำคัญ

กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง (Process of Continuing)การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (Exercise for Health)การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง (Continuing Exercises)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการส่งเสริมการออกกำลังกายของนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง

ขจร ตรีโสภณากร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

การศึกษาระดับสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและความต้องการในการออกกำลังกายของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ประวิทย์ ประมาน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2558

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ปีการศึกษา 2557

สมเกียรติยศ วรเดช มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

พฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา

สุนทรา กล้าณรงค์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2557

การศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

สิริกาญจน์ สันติเสวี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2559

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อศึกษารูปแบบการออกกำลังกาย ที่เหมาะสมในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน จังหวัดราชบุรี

สุรีย์ พันธ์รักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ. 2552

การวิจัยการเรียนการสอนกระบวนวิชาบูรณาการการออกกำลังกายเพื่อการรักษา

จงจินตน์ รัตนาภินันท์ชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

ปฐมพร สมบัติทวี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2561

ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการออกกำลังกายกับปัจจัยส่วนบุคคล ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

สิริไพศาล ยิ้มประเสริฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2562

ความรู้และทัศนคติต่อการออกกำลังกายของนักศึกษาสาขาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ศรีสะเกษ

ศศธร น้อยอามาตย์ มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา พ.ศ. 2559