Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

กระบวนการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

จตุรงค์ เหมรา สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างและพัฒนากระบวนการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อสำรวจการดำเนินงานและความต้องการการพัฒนาการจัดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 2) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพนักศึกษาและประเมินผลการจัดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 3) เพื่อพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและ 4) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ของนักเรียนที่มาใช้บริการออกกำลังกายภายในสถาบันพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยมีกระบวนการวิจัย 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 สำรวจผลการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพ ในโรงเรียนที่รับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ขั้นที่ 2 จัดกิจกรรมการฝึกอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ให้กับนักศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายปฏิบัติการสอน ขั้นที่ 3 การประเมินและติดตามผลของการพัฒนาการจัดกิจกรรมโครงการสุขภาพในโรงเรียน ของนักศึกษาที่ได้รับจากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในโรงเรียนที่รับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ขั้นที่ 4 สร้างโปรแกรมสำเร็จรูป รายงานผลสมรรถภาพทางกายของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขั้นที่ 5. ศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและปัจจัยในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกายในสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตลำปาง กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ 1) กลุ่มผู้บริหาร อาจารย์พี่เลี้ยงและนักศึกษา จากโรงเรียนที่รับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 7 จังหวัด รวม 39 โรงเรียน ซึ่งมีจำนวนผู้บริหารและอาจารย์พี่เลี้ยงรวม 74 คน และนักศึกษาที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพจำนวน 54 คน และ 2) นักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกายในสถานที่ ที่ให้บริการออกกำลังกาย ภายในบริเวณสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ซึ่งเป็นนักเรียนที่ออกกำลังกายผ่านการออกกำลังกายมาแล้ว 5 ปี โดยผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 2) แบบสอบถามความต้องการด้านทักษะความสามารถของนักศึกษาพลศึกษา ในการฝึกปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 3) แบบประเมิน ความรู้ความสามารถในการฝึกปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ของนักศึกษาพลศึกษา 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง 5) แบบประเมินโปรแกรมสำเร็จรูป รายงานผลสมรรถภาพทางกายของนักเรียน และ5) แบบสอบถามพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และสถิติอ้างอิง (Inference Statistics) ได้แก่ ค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (one-way ANOVA) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า ขั้นตอนของการสร้างและพัฒนากระบวนการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ในการวิจัยครั้งนี้พัฒนาโดยผ่านการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง เริ่มจากการสำรวจผลการดำเนินงานที่ปฏิบัติอยู่การสำรวจความต้องการการพัฒนา แล้วนำไปจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษา หลังจากนั้นเมื่อนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติงานได้ติดตามประเมินผลการนำความรู้ไปใช้ ในกระบวนการของการพัฒนายังมีการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อรายงานผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและปัจจัยที่มีผลต่อการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องด้วย ผลการวิจัยในแต่ละขั้นตอนมีดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 ผลการสำรวจการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพ ในโรงเรียนที่รับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ผู้บริหาร อาจารย์พี่เลี้ยงและนักศึกษามีความคิดเห็นต่อการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน ด้านนโยบายส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน การบริหารจัดการด้านสุขภาพในโรงเรียน และด้านการบริการสุขภาพ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยทุกด้านผู้บริหารและอาจารย์พี่เลี้ยงมีความเห็นอยู่ในระดับมาก ส่วนนักศึกษามีความเห็นต่อการดำเนินงานด้านนโยบายการส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ด้านสุขศึกษาในโรงเรียน และความต้องการทักษะความสามารถของนักศึกษา ค่าเฉลี่ยของความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ผลการสำรวจการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน พบว่า ในภาพรวมผู้บริหารและอาจารย์พี่เลี้ยงมีความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของโรงเรียนทุกๆด้าน ในระดับมาก ส่วนนักศึกษามีความเห็นต่อการดำเนินงานของโรงเรียนทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้นด้านการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนและด้านด้านสุขศึกษาในโรงเรียน ที่อยู่ในระดับมาก ในด้านความต้องการทักษะความสามารถของนักศึกษา ผู้บริหาร และอาจารย์พี่เลี้ยงมีความต้องการให้นักศึกษาพัฒนา 3 อันดับแรกคือ 1)ทักษะการจัดทำโครงการและการดำเนินงานโครงการด้านการกีฬาการส่งเสริมสุขภาพและ นันทนาการ 2)ความสามารถด้านการพัฒนาการสอนและการจัด กิจกรรมการกีฬา และ 3) ความสามารถด้านการพัฒนาการสอนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ในขณะที่นักศึกษามีค่าเฉลี่ยความต้องการทักษะความสามารถ คือ 1) ความสามารถด้านการพัฒนาการสอนและการจัด กิจกรรมการกีฬา 2) ความสามารถในการใช้เครื่องมือเสริมสร้างและ ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 3) ทักษะการจัดทำโครงการและการดำเนินงาน โครงการด้านการกีฬาการส่งเสริมสุขภาพและ นันทนาการ และ 4)ความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตอนที่ 2 รูปแบบกิจกรรมการฝึกอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้กับนักศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายปฏิบัติการสอน ผู้วิจัยนำผลการประสำรวจความต้องการการพัฒนาในตอนที่ 1 ซึ่งประเด็นหลัก ประกอบด้วย ทักษะการจัดทำโครงการและการดำเนินงานโครงการด้านการกีฬาการส่งเสริมสุขภาพและ นันทนาการ ทักษะด้านการพัฒนาการสอนและการจัดกิจกรรมการกีฬา ทักษะด้านการพัฒนาการสอนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ทักษะในการใช้เครื่องมือเสริมสร้างและ ทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะการจัดทำโครงการและการดำเนินงาน และ ทักษะด้านการแก้ปัญหาและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กิจกรรมการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย การบรรยาย การอภิปราย การทำกิจกรรมกลุ่ม การศึกษาด้วยตนเอง และการสะท้อนตนเอง จัดขึ้นในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 ระหว่างวันที่ 21 – 23 มกราคม 2552 ณ ห้องประชุมสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง ตอนที่ 3 ผลการประเมินการพัฒนาการจัดกิจกรรมโครงการสุขภาพในโรงเรียนของนักศึกษาที่ได้รับจากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในโรงเรียนที่รับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ภายหลังการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาและให้นักศึกษาไปฝึกปฏิบัติในกิจกรรมส่งเริมสุขภาพในโรงเรียนแล้ว ผลการประเมินพบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา อาจารย์พี่เลี้ยง และนักศึกษา มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของนักศึกษาในระดับมากถึงมากที่สุด ใน 5 ด้าน คือ 1) ด้านความรู้ความสามารถของนักศึกษาในการพัฒนากิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 2) ด้านการส่งเสริมสุขภาพ สุขศึกษาและบริการอนามัยโรงเรียน 3) ด้านความรู้ความสามารถของนักศึกษาด้านการกีฬาและการออกกำลัง 4) ด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อวิชาชีพครู และ 5) ด้านการเขียนโครงการ ส่วนด้านที่ผู้บริหารสถานศึกษาหรืออาจารย์พี่เลี้ยงเห็นว่าการปฏิบัติงานของนักศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านความสามารถในการวิจัยในชั้นเรียน และด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการ ผลจากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อความสามารถในแต่ละด้านของนักศึกษา ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างผู้บริหาร อาจารย์พี่เลี้ยง และนักศึกษา พบว่ามีความแตกต่างกันทุกด้าน ตอนที่ 4 ผลการสร้างโปรแกรมสำเร็จรูป รายงานผลสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลการสร้างโปรแกรม ผู้วิจัยได้สร้างโปรแกรมโดยใช้โปรแกรม Visual Basic 2005 โดยในส่วนของฐานข้อมูล จะถูกจัดเก็บโดยโปรแกรม Microsoft Access 2007 โดยแบ่งโปรแกรมออกเป็น 4 ส่วนคือ การใช้งาน การป้อนข้อมูลนักเรียน การบันทึกผลการทดสอบ และรายงานผลการทดสอบโดยโปรแกรมนี้สามารถใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีระบบปฏิบัติการ Windows XP และมีโปรแกรม Microsoft Access 2007 ติดตั้งอยู่ภายในเครื่อง ผลการตรวจประสิทธิภาพของโปรแกรม พบว่า 1) โปรแกรมมีความตรง จากการตรวจสอบผลการคำนวณต่างๆด้วยเครื่องคิดเลขและเปรียบเทียบกับค่าที่โปรแกรมที่คำนวณได้ 2) มีความเที่ยง การทดสอบโดยผู้วิจัยได้สร้างข้อมูลหลายๆแบบแล้วให้แล้วให้โปรแกรมคำนวณผลการการทดสอบของข้อมูลแต่ละชุด ซึ่งผลการใช้โปรแกรมคำนวณพบว่าได้ผลการคำนวณเท่าเดิมถึงแม้จะมีการทดสอบหลายๆตรั้งก็ตาม 3) มีความเหมาะสมของรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูล และ 4) มีความความสะดวกในการใช้ ซึ่งผู้ทดลองใช้โปรแกรมประเมินว่ามีความสะดวกในการใช้โปรแกรม มีความความชัดเจนของคำสั่งชี้แจงในคู่มือ และความสอดคล้องระหว่างขั้นตอนในคู่มือกับขั้นตอนการทำงานในโปรแกรม ตอนที่ 5 ผลการศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและปัจจัยในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกายในสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตลำปาง พฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของกลุ่มตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ออกกำลังกายต่อเนื่องมามากกว่า 5 ปี โดยส่วนใหญ่ออกกำลังกายมากกว่า 4 วัน/สัปดาห์ ใช้เวลาในการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง 30 นาทีขึ้นไป กิจกรรมการออกกำลังกายที่ปฏิบัติเป็นประจำได้แก่ การเดินหรือวิ่งส่วนใหญ่ ด้านปัจจัยส่วนบุคคลที่กลุ่มตัวอย่าง รับรู้ว่าเป็นอุปสรรคต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ในภาพรวมปัจจัย ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 1) ปัจจัยส่วนบุคคลอยู่โดยปัจจัยที่เป็นอุปสรรคอยู่ในระดับมาก ได้แก่ความเหนื่อยล้าจากการเรียน ส่วนข้อที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคอยู่ในระดับน้อย ได้แก่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย 2) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่กลุ่มตัวอย่าง รับรู้ว่าเป็นอุปสรรคต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย พบว่า ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคอยู่ในระดับมาก ได้แก่ไม่มีที่เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวในการออกกำลังกาย ส่วนข้อที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคอยู่ในระดับปานกลางและมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่สภาพดิน ฟ้า อากาศ ไม่อำนวย 3) ปัจจัยด้านสังคมพบว่า ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือ/ ปฐมพยาบาลในกรณีบาดเจ็บเนื่องจากการออกกำลังกาย ส่วนข้อที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคอยู่ในระดับน้อยที่สุด ได้แก่ขาดวิทยากรแนะนำในการออกกำลังกาย ปัจจัยที่เอื้อต่อการออกกำลังกายอย่างตอ่เนื่อง ได้แก่ มีสื่อประชาสัมพันธ์ให้เข้ามาออกกำลังกาย มีวิทยากรให้คำแนะนำในการออกกำลังกาย มีผู้นำการออกกำลังกาย แรงจูงใจให้กลุ่มตัวอย่างได้เข้ามาออกกำลังกาย การเห็นผลและการรับรู้ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

คำสำคัญ

s School of Students in theInstituteof Physical Education on

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษานำร่องโปรแกรมการพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตด้วยการกำกับตนเอง สำหรับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา

Chairat Choosakul มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562

การวิจัยผลสัมฤทธิ์โครงการที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปริญญา มีสุข สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนารูปแบบการประเมินการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ แบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

สุนทรา โตบัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การส่งเสริมวิถีการบริโภคและพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการมีชีวิตที่ดีของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร

ศิริพร ตันจอ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2556

การพัฒนารูปแบบกลยุทธ์ในการจัดทำแผนชุมชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

รศ.ดร. วิทยา เมฆขำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2552

ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานในรายวิชาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แฝงกมล เพชรเกลี้ยง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2559

การพัฒนารูปแบบการให้บริการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อประชาชนในเขตพื้นที่บริการโดยเทศบาลตำบลบางทราย จังหวัดชลบุรี

จิราวัฒน์ ขจรศิลป์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2560

การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนในพื้นที่สำนักงานศึกษาธิการภาค 10

สุวัทนา พลางวัน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2565

แนวทางการพัฒนารูปแบบบทเรียนด้านการประกอบการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

รวิฐา ทวีพร้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2563

กลยุทธ์การจัดการศึกษาผู้ใหญ่เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

วีระวัฒน์ อุทัยรัตน์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย พ.ศ. 2558