การจัดการศึกษาแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพนักเรียน กรณีโรงเรียนต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพ ในแถบลุ่มน้ำโขง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) กระบวนการส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม (2) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมสุขภาพ (3) ความร่วมมือของชุมชนกับโรงเรียนในการส่งเสริมสุขภาพ (4) แนวทางการพัฒนาสู่ความส้าเร็จและยั่งยืน ในการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรในโรงเรียน วิธีด้าเนินการวิจัยใช้วิธีการวิจัยในเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาเอกสาร และวิจัยภาคสนาม เก็บข้อมูลด้วยการ สัมภาษณ์ และการสังเกต กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักเป็นกลุ่มบุคลากรทางการศึกษา ทางการสาธารณสุข และทางการปกครองในชุมชน. พื นที่ปฏิบัติการวิจัยเป็น โรงเรียนต้นแบบส่งเสริมสุขภาพและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ในจังหวัดอุบลราชธานี อ้านาจเจริญ มุกดาหาร และนครพนม วิธีการวิเคราะห์ ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ตีความข้อมูลและสร้างข้อสรุปด้วยวิธีการแบบอุปนัย ผลการวิจัย พบว่า1. กระบวนการส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ความเป็นองค์รวมในการส่งเสริมสุขภาพต้องเป็นไปเพื่อพัฒนานักเรียนให้สมบูรณ์ทั งร่างกายและจิตใจ การด้าเนินงานภายใต้กระบวนการของโรงเรียน ส่งเสริมสุขภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย 10 องค์ประกอบ การด้าเนเนิงานอาจใช้วงจร PDCA และขอรับการสนับสนุนจากชุมชน องค์ประกอบ ส้าคัญในการด้าเนินงานได้แก่ นโยบาย การบริหารจัดการ ความร่วมมือกับชุมชน การจัดสิ่งแวดล้อม การบริการอนามัย สุขศึกษาในโรงเรียน โภชนาการและอาหารปลอดภัย การออกก้าลังกายและกีฬา การให้ค้าปรึกษา และการส่งเสริมสุขภาพ 2. รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการการบูรณาการเริ่มต้นที่การปรับปรุงหลักสูตรโดยบูรณการให้สอดคล้องกับตัวชี วัดการส่งเสริมสุขภาพ โดยมีจุดเน้นในเรื่องพฤติกรรมด้านสุขภาพ ภาวะเสี่ยงและการป้องกัน. บูรณาการเข้ากับทุกกลุ่มสาระวิชา แต่เน้นวิชาสุขศึกษา พลศึกษา และวิทยาศาสตร์. การบริหารความเสี่ยงหรือการป้องกัน โรงเรียนด้าเนินการด้วยระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และใช้ โปรแกรม Thai Growth 3. ความร่วมมือกับชุมชนองค์ก รในชุมชนที่เป็นภ าคีเค รือข่ ายช่ วยเหลื อโ รง เ รียน ประกอบด้วยองค์กรทางการศึกษา ทางสาธารณสุข องค์กรภาครัฐอื่น ๆ และเอกชน รวมถึงองค์กรศาสนา กิจกรรมความร่วมมือ เช่น การตรวจสุขภาพ การเป็นวิทยากร การสนับสนุนงบประมาณและกองทุนสุขภาพ โครงการ“ครู DARE” มาร่วมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 4. แนวทางการพัฒนาสู่ความส้าเร็จและยั่งยืนแนวทางส้าคัญคือ (1) บูรณาการงานตามบทบาทของโรงเรียนกับ งานตามบทบาทของสาธารณสุขมาสู่ภาระงานที่ท้าให้เป็นบทบาทร่วมหรือพันธกิจร่วมกัน (2) การด้าเนินการร่วมกันในการก้าหนดนโยบาย พันธกิจ แผนงาน การด้าเนินงาน และติดตามประเมินผล (3) การสร้างเครือข่ายโรงเรียนเป็นโรงเรียน “คู่หูพัฒนาสุขภาพ” ทั งนี ในการด้าเนินงานมีผู้บริหารเป็นหัวใจส้าคัญ ในการขับเคลื่อน