การบูรณาการกิจกรรมทางพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อการส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกาย สำหรับผู้สูงอายุในภาคกลาง ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง การบูรณาการกิจกรรมด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อการส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกาย สำหรับผู้สูงอายุในภาคกลาง ของประเทศไทย ภายใต้แผนงานวิจัย สถาบันการพลศึกษากับผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2568 : การบูรณาการกิจกรรมด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการเพื่อการส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย ประกอบด้วย การผสมผสานระเบียบวิธีวิจัย ทั้งการวิจัย เชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการในการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้กับประชาชนในภาคกลาง 2) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการไปใช้ในวิถีชีวิตจริงในการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่าง ชัดเจน และสามารถวัดประเมินได้ กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะ เจาะจงเป็นแกนนำผู้สูงอายุ จำนวน 99 คน จากชมรมผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุในประเทศไทยโดยใช้ Delphi Technique ใน การดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ 20 ท่านเป็นชุดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ 8 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกล้ม 2) การดื่มชาสมุนไพรสด 3) เทคนิคการผ่อนคลาย 4) Round Table Ball 5) ดนตรีบำบัด 6) ศิลปะบำบัด 7) ผ้าขาวม้ามันตรา และ 8) การนวดฝ่ามือ และสัมภาษณ์แบบ Focus Group ภายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (one–way ANOVA) การทดสอบแบบที (t-test) การวิเคราะห์ เพื่อทดสอบสมมติฐาน วิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) แบบเพิ่มตัวแปรเป็นชั้น (Stepwise) และวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง (two–way ANOVA) ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา นำเสนอเป็นโมเดลบูรณาการ ผลการวิจัยพบว่า 1. ความพึงพอใจต่อการเข้ารับการอบรมกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้สูงอายุ สามารถทำนายความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมก่อนเข้ารับ การอบรมกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ของกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร้อยละ 13 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเป็นตัวแปรตัวแรกและตัวเดียวที่เข้าทำนายความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ของกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี (? = .36) ส่วนเมื่อสิ้นสุดการอบรมฯ ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจต่อการเข้ารับการอบรมกิจกรรมบูรณาการ ด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ กับสมรรถภาพทางกาย ที่มีต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ของกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี 2. ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมรรถภาพทางกายกับความพึงพอใจต่อการเข้ารับการอบรมกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต ที่ส่งผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ของกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งก่อนเข้ารับการอบรมฯ และเมื่อสิ้นสุดการอบรมฯ 3. กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรม บูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ที่ควรจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมผู้สูงอายุของสถาบันการพลศึกษา ตามแนวคิดโมเดลการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุ ก่อนเข้ารับการอบรม ฯ และเมื่อสิ้นสุดการอบรม ฯ โดยเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีสมรรถภาพทางกายแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมก่อนเข้ารับการอบรม และเมื่อสิ้นสุดการอบรมกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ที่ควรจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมผู้สูงอายุของสถาบันการพลศึกษา ตามแนวคิดโมเดลการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉลี่ย ไม่ต่างกัน ทั้งก่อนเข้ารับการอบรมฯ และเมื่อสิ้นสุดการอบรมฯ 5. กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุสุพรรณบุรีที่มีความพึงพอใจต่อการเข้ารับการอบรมกิจกรรมบูรณาการด้าน พลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ แตกต่างกัน จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมก่อนเข้ารับการอบรมกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ที่ควรจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมผู้สูงอายุของสถาบัน การพลศึกษา ตามแนวคิดโมเดลการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉลี่ยแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีความพึงพอใจต่อการเข้ารับการอบรมกิจกรรม บูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุ แตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมเมื่อสิ้นสุดการอบรมจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้สูงอายุ ที่ควรจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมผู้สูงอายุของสถาบัน การพลศึกษา ตามแนวคิดโมเดลการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉลี่ยไม่ต่างกัน 6. ก่อนเข้ารับการอบรมฯ กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีเพศชายและเพศหญิง มี ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อสิ้นสุด การอบรมฯ พบว่า กลุ่มตัวอย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีเพศ อาชีพเดิม และพฤติกรรมการออกกำลังกาย แตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการด้านพลศึกษา สุขภาพและนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากการสัมภาษณ์แบบ Focus Group พบว่า ตัวแทนกลุ่มทั้ง 5 คน มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพลศึกษา สุขภาพ และนันทนาการในการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นพฤติกรรมสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีบุคลากร องค์ความรู้และอาคารสถานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนสามารถนำไปใช้ในวิถีการดำเนินชีวิตตามปกติได้รวมถึงสามารถนำไปขยายผลกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุให้กับชุมชน โดยใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ใช้ได้จริง ทำให้ผู้สูงอายุ มีความรู้ สามารถจัดการกับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน ทำให้เป็นผู้มีคุณภาพชีวิต ที่ดีได้ในอนาคต