ต้นแบบชุมชนร่วมพลัง ร่วมใจรองรับสังคมผู้สูงวัยเขตเมือง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทนำ ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว การเตรียมความพร้อมกำลังคนด้านสุขภาพกาย ใจ สังคม อารมณ์ สติปัญญาและจิตวิญญาณ รวมทั้งการพัฒนาทักษะอาชีพที่สามารถต่อยอดอาชีพในอนาคตเป็นเรื่องที่สำคัญ การนำทฤษฎีระบบนิเวศน์มาออกแบบเพื่อสร้างกระบวนการใหม่ให้เยาวชนและผู้สูงอายุดูแลตนเองโดยมีเยาวชนเป็นผู้สนับสนุนการดูแลตนเองของผู้สูงอายุและอยู่ร่วมกันได้ เป็นแนวทางใหม่ที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของการอยู่ร่วมกันในสังคมผู้สูงอายุได้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมผู้สูงอายุได้ วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแนวทางเตรียมพร้อมเยาวชนและผู้สูงวัย พัฒนาแพลตฟอร์มสุขภาพของผู้สูงวัยในชุมชนเมือง สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางรองรับสังคมสูงวัยในด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพในชุมชนเมือง วิธีดำเนินการโดยสังเขป การวิจัยแบบผสมผสาน รูปแบบ Multi-phase Design ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนได้แก่ ศึกษาความต้องการกลุ ่มเป้าหมาย ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมพัฒนาเยาวชนและผู้สูงอายุ นำโปรแกรมแพลตฟอร์มสุขภาพไปทดสอบกับกลุ่มทดลอง ถอดบทเรียนสำหรับพัฒนากระบวนการพัฒนาเยาวชนและผู้สูงอายุและการใช้แพลตฟอร์มสุขภาพ และจัดเวทีสาธารณะเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการรองรับสังคมสูงอายุ ดำเนินการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 833 คน กลุ่มตัวอย่างสำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ จำนวน 733 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป และใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน independent t- test, Paired t-test, Repeated Measure ANOVA กลุ่มตัวอย่างสำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 90 คน วิเคราะห์ข้อมูลแบบ content analysis ผลการวิจัย ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ (content analysis) พบว่า เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความต้องการการพัฒนาผู้สูงอายุให้สามารถดูแลตนเองได้และมีเยาวชนเป็นผู้สนับสนุนการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาทำให้เกิดโปรแกรมใหม่สำหรับการพัฒนาเยาวชนและผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมการฝึกอบรม 3 โปรแกรม ได้แก่ 1) พัฒนาเยาวชนเชิงบวกจิตอาสาใส่ใจผู้สูงอายุให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2) การเสริมสร้างความรู้ พฤติกรรมการดูแลผู้สูงวัยของเยาวชน และสุขภาพผู้สูงอายุผ่านแพลตฟอร์มสุขภาพในศูนย์เยาวชนผู้ดูแล เขตเมืองโดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นฐาน และ 3) การพัฒนาระบบนิเวศน์เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับชุมชนสองวัยด้วยทักษะทางด้านวิศวกรรม และกลไกพื้นที่ ภายหลังนำโปรแกรมพัฒนาเยาวชนและผู้สูงอายุร่วมกับกลไกในพื้นที่ ไปทดลองกับผู้สูงอายุ และเยาวชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่า ผลการวิจัยในด้านผู้สูงอายุสามารถทำให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ในด้านสุขภาพ โดยผู้สูงอายุเริ่มตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ และผลลัพธ์เชิงปริมาณยังสะท้อนให้เห็นภาวะสุขภาพในด้านความเครียด ความวิตกกังวลลดลง ในด้านเยาวชน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่า เยาวชนมีทัศนคติการอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ พฤติกรรมจิตอาสา ผลการวิจัยเชิงปริมาณสนับสนุนว่า เยาวชนมีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทัศนคติของเยาวชนในการอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุระดับคะแนนสูง (M=137.34, SD=19.75) กว่าก่อนการทดลอง (M=126.03, SD=14.14) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (p < 0.05) มีพฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ผลการทดลองโปรแกรมฯ พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ ก่อนทดลอง (M=52.80, SD=11.61) และหลังการทดลอง(M=54.45, SD10.05) พบว่า คะแนนทั้งสองนั้นไม่แตกต่าง โดยผู้สูงอายุมีทัศนคติด้านบวกต่อเยาวชนจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากนี้ในด้านเศรษฐกิจ ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ พบว่า เยาวชนเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะอาชีพและแนวทางการสร้างรายได้ และผลการวิจัยเชิงปริมาณสนับสนุนว่าเยาวชนมีทักษะอาชีพวิศวกรรมผ่านมาตรฐานพื้นฐานทางวิศวกรรมและมีความรู้ด้านการเงินและการออมเพิ่มมากขึ้น จากผลการวิจัยดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า การนำโปรแกรมพัฒนาเยาวชน ผู้สูงอายุและกลไกพื้นที่ของแผนงานไปดำเนินการ ช่วยพัฒนาเยาวชนให้ความสามารถ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการดูแลตนเองมีระบบคิดเรื่องสังคมสูงอายุและดูแลผู้สูงอายุได้เบื้องต้น 2) ด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ และ 3) ด้านทักษะอาชีพในชีวิตประจำวันและทักษะที่เป็นพื้นฐานการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและการบริการในการดำเนินการนำโปรแกรมพัฒนาเยาวชน ผู้สูงอายุและกลไกพื้นที่ และวิเคราะห์ผลการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สามารถบูรณาการผลการวิจัยแบบผสมได้ผลลัพธ์ของแผนงานวิจัย ได้แก่ นวัตกรรมกระบวนการต้นแบบชุมชนร่วมพลังร่วมใจ รองรับสังคมสูงวัยเขตเมือง ผลการวิจัยแบบผสมทำให้ได้นวัตกรรมกระบวนการต้นแบบชุมชนร่วมพลังร่วมใจรองรับสังคมสูงวัยเขตเมืองสำหรับเตรียมความพร้อมเยาวชน ผู้สูงอายุและกลไกทางสังคม ประกอบด้วยนวัตกรรมย่อย ได้แก่ 1) การพัฒนาความตระหนักรู้สังคมผู้สูงอายุโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2) แพลตฟอร์มสุขภาพสานสามวัย และ 3) แนวทางสร้างรายได้และการออม และผลการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรองรับสังคมสูงอายุในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสุขภาพชุมชนเมือง สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ต้นแบบการพัฒนาเยาวชนและผู้สูงอายุเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้เยาวชนและผู้สูงอายุดูแลตนเองและอยู่ร่วมกันได้ ดังนั้นภาครัฐควรกำหนดโยบายให้มีประยุกต์ใช้ต้นแบบช่วยให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรได้ ส่งเสริมการประสานความร่วมมือผู้นำชุมชนกับสำนักงานเขตเมือง สถาบันการศึกษาควรมีการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีในการพัฒนาทักษะอาชีพของเยาวชนและผู้สูงอายุต่อไป