การพัฒนาการผลิตโยเกิร์ตอัดเม็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาการผลิตโยเกิร์ตอัดเม็ด (Developing production of tablet yogurt) เป็น การศึกษาเพื่อให้ได้วิธีการที่จะใช้ในการผลิตโยเกิร์ตอัดเม็ดที่มีคุณลักษณะที่ดี โดยทำการศึกษาอัตราส่วนที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะที่ดี ซึ่งพบว่าหากใช้เพียงผงโยเกิร์ตแต่เพียงอย่างเดียว ผงโยเกิร์ตยังไม่มีคุณสมบัติในการช่วยให้เกิดการยึดเกาะได้พอเพียง จึงต้องใช้ส่วนประกอบอื่นเติมลงไปเพื่อให้เกิดการยึดเกาะ โดยการเติมน้ำตาลไอซิ่งและแป้ง แต่เมื่อเติมน้ำตาลลงไป พบว่าทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดความเหนียวและหากมีสัดส่วนของน้ำตาลมากก็จะทำให้มีลักษณะเยิ้ม เมื่อเติมแป้งลงไปเพื่อให้เกิดความลื่น และช่วยในการยึดเกาะก็ไม่ช่วยให้ลักษณะของเม็ดโยเกิร์ตมีความแข็งขึ้น ดังนั้น จึงได้ปรับเปลี่ยนส่วนผสม โดยการเติมซิลิกอนไดออกไซด์ ลงไปแทนแป้งมันในอัตราส่วนโยเกิร์ต 110 กรัม ต่อซิลิกอนไดออกไซด์ 0.7 กรัม หรือ ประมาณร้อยละ 0.6 ซึ่งทำให้ได้เม็ดโยเกิร์ตที่เกาะกันดี ไม่เยิ้มเหนียว และไม่นุ่มจนเกินไป นอกจากนี้ยังได้ทดสอบคุณภาพโดยเครื่องมือและโดยทางประสาทสัมผัส และทดสอบความสามารถของบรรจุภัณฑ์และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดีได้เป็นเวลานาน พบว่าการเก็บโยเกิร์ตเม็ดในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่โดนแสงนั้น คุณภาพของตัวอย่างจะดีกว่าการเก็บโดยตัวอย่างสามารถสัมผัสกับอากาศและแสง ซึ่งการสัมผัสกับอากาศจะส่งผลต่อคุณภาพของตัวอย่างมาก ส่วนแสงนั้นความแตกต่างไม่มากนัก แต่สิ่งที่มีผลต่อคุณภาพของตัวอย่างมากที่สุด คือ อุณหภูมิ โดยพบว่าการเก็บตัวอย่างที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส ตัวอย่างจะมีคุณภาพใกล้เคียงกับตัวอย่างที่เตรียมใหม่ได้นานถึง 12 สัปดาห์ ในขณะที่ตัวอย่างซึ่งเก็บที่อุณหภูมิห้อง (30 องศาเซลเซียส) จะเริ่มเปลี่ยนสีและไม่คงตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว