วัฒนธรรมอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง : ไทย จีน พม่า และลาว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบ อัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (ไทย จีน พม่าและลาว) เพื่อสืบค้นลักษณะที่เป็นมรดกร่วมและความแตกต่างของวัฒนธรรมอาหารไทลื้อ รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความคงอยู่และการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมทางด้านอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (ไทย จีน พม่า และลาว) ใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยมีดังนี้ การศึกษาอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงใน ๔ พื้นที่ พบว่า ในทุกพื้นที่ มีการแสดงอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมอาหารไทลื้ออย่างชัดเจน เช่น น้ำปู๋ น้ำผัก หลามบอน ส้มผัก ผักกุ่มดอง ข้าวซอย ข้าวแรมฟืน ข้าวแคบ ข้าวโค๊บ ปลาปิ้งอบ ขนมจีน ถั่วเน่า สาหร่าย(เทาและไก) และมีการทำขนมข้าวดอกซ้อ อาหารที่กล่าวมาจึงเป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การเปรียบเทียบอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมอาหารไทลื้อในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พบว่าอาหารไทลื้อใน๔ พื้นที่ มีลักษณะอาหารไทลื้อที่มีความเหมือนกับอาหารไทลื้อในเชียงรุ่งเพียงแต่อาหารไทลื้อในเชียงรุ่ง เน้นอาหารปิ้งย่าง มากกว่าพื้นที่อื่นๆ ส่วนอาหารที่เป็นอัตลักษณ์และเป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็นมรดกทางอาหารร่วมกัน มีความเหมือนกันในทุกพื้นที่ ปัจจัยที่มีผลต่อความคงอยู่และการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมทางด้านอาหารไทลื้อใน อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ การให้ความสำคัญและการสร้างจิตสำนึกให้ชาวไทลื้อทุกคนได้ตระหนักในความเป็นคนไทลื้อ การถ่ายทอดทางวัฒนธรรมอาหาร ความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาและพิธีกรรม ส่วนปัจจัยที่ทำให้วัฒนธรรมอาหารไทลื้อเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การแพร่กระจายทางวัฒนธรรม กระแสโลกาภิวัตน์ การหยิบยืมทางวัฒนธรรม การผสมผสานทางวัฒนธรรม และระบบนิเวศวิทยาที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้วัฒนธรรมอาหารไทลื้อเปลี่ยนไปจากเดิม