การพัฒนาเครื่องแยกเมล็ดออกจากเนื้อมะขามหวานสำหรับใช้ในการ แปรรูปผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ประกอบการแปรรูปมะขามหวานจังหวัด เพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการออกแบบ และพัฒนาเครื่องต้นแบบแยกเนื้อมะขามหวาน โดยใช้การปรับปรุงความผิดพลาดจากเครื่องต้นแบบ วัตถุประสงค์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ข้อคือ การศึกษาลักษณะทางกายภาพของฝักมะขามหวานพันธุ์ศรีชมภู การสร้างเครื่องจักร และการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของเครื่องจักร โดยทดลองกับมะขาม 3 กลุ่มคือกลุ่ม A ช่วงความโต 12.5 – 13 มิลลิเมตร. กลุ่ม B ช่วงความโต 13.1 – 14 มิลลิเมตรและ กลุ่ม C ช่วงความโต 14.1 – 15 มิลลิเมตร การศึกษาลักษณะทางกายภาพพบว่าฝักของมะขามไม่ได้ตรงเสมอไปบางช่วงจะมีโค้งงอบ้าง เล็กน้อย ส่วนความหนาที่เป็นเนื้อ และเมล็ดของมะขาม ตลอดความยาวของฝักมะขามจะมีความโต ความหนาของเนื้อ และเมล็ดมะขามไม่เท่ากันในขั้นตอนประเมินประสิทธิภาพแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ กรรมวิธีการเตรียมวัตถุดิบ และการทดลองใช้งาน โดยกรรมวิธีการเตรียมวัตถุดิบที่ดีที่สุดคือ การนำมะขามไปตากแดด ซึ่งเนื้อมะขามจะแห้ง ยังคงรูป และยังเนื้อยังแน่นขึ้น ส่วนขั้นตอนการประเมินประสิทธิภาพของเครื่อง ซึ่งจากการทดสอบพบว่า การทดสอบการทำงานโดยใช้ระดับความเร็วรอบที่มีความแตกต่างกันปัญหาจากการใช้งานคล้ายกันในความเร็วทุกระดับคือ เมื่อกรีดมะขามใบมีดจะมีแรงเสียดทานทำให้ความเร็วรอบจะลดลงจึงต้องคอยทำความสะอาดใบมีดอยู่เป็นระยะ อีกสาเหตุที่สำคัญ คือ ตลอดความยาวฝักมะขามบางฝักจะมีร่องลึกอยู่ ซึ่งใบมีดที่ใช้กรีดมีระดับความสูงเดียว ซึ่งทำให้ใบมีดกรีดไม่ถึง ส่วนความเร็วที่ดีที่สุดของการกรีดคือความเร็วระดับสูงสุด โดยข้อดีของการใช้ความเร็วในระดับที่สูงที่สุดคือ จะสามารถกรีดได้เร็วกว่าการใช้ความเร็วระดับที่ต่ำกว่า ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของเวลาในการกรีดก็ต่ำกว่าเช่นเดียวกัน แต่ข้อเสียของการใช้ความเร็วรอบในระดับที่สูง คือ โอกาสที่ฝักมะขามที่กรีดก็จะกระเด็นออกจากฐานก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย