การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุ 2) เพื่อศึกษาผลการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการ และ 3) เพื่อวิเคราะห์เครือข่ายการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ 60-80 ปี จำนวน 90 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองเป็น แบบประเมินความผาสุกของผู้สูงอายุ กิจกรรมทดสอบ Trail-Making, Backward Digit Span, Go/noGo, Forward Digit Span, Corsi-block และ EMOTIV วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย t-test ANOVA MANOVA Canonical correlation และขนาดอิทธิพล ผลการวิจัย ปรากฏว่า 1) แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบ่งเป็น 5 ห้องกิจกรรม คือ ห้องครัวเสมือนจริง ห้องนอนเสมือนจริง สวนหย่อมเสมือนจริง ห้องน้ำเสมือนจริง และห้องรับแขกและทำงานเสมือนจริง แต่ละห้องมีกิจกรรม 4 กิจกรรม แต่ละห้องกิจกรรมไม่มีเวลาจำกัดในการปฏิบัติ ซึ่งแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนผ่านกระบวนการหาคุณภาพเครื่องมือ การตรวจสอบความตรง การทดสอบโปรแกรม และการประเมินการใช้งานมีความเหมาะสมระดับมาก (S-CVI= 1.00) และมีค่าจากการศึกษานำร่องแสดงให้เห็นว่ามีความเหมาะสม 2) ผลการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนเชิงพฤติกรรม แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย และกลุ่มผู้สูงอายุปกติ (กลุ่มทดลอง) มีคะแนนหน้าที่การบริหารจัดการสมอง (Cohen’s d = ระหว่าง 0.46 ถึง 0.52 และ 0.38 ถึง 0.45) และความจำหลังการทดลองดีกว่าก่อนการทดลอง (Cohen’s d= ระหว่าง 0.51 ถึง 0.73 และ 0.38 ถึง 0.45) ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุปกติ (กลุ่มควบคุม) มีคะแนนหน้าที่การบริหารจัดการสมองและความจำหลังการทดลองดีกว่าก่อนการทดลองไม่แตกต่างกัน ส่วนความผาสุกมีเพียงแค่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อยที่มีความแตกต่างกันระหว่างก่อนและหลังการฝึก (Cohen’s d = 0.45) 3) ผลการวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าสมอง พบว่า กลุ่มทดลอง หลังได้รับการฝึกด้วยแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนฯ มีคลื่นไฟฟ้าสมองแตกต่างกับก่อนฝึก (Cohen’s d = ระหว่าง 0.40 ถึง 1.02) และความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายไฟฟ้าสมองทั้ง 5 ย่าน ก่อนฝึกกับหลังฝึกแตกต่างกันในผู้สูงอายุปกติ (กลุ่มทดลอง) ส่วนค่าเฉลี่ยดัชนี TGR สะท้อนความจำระยะสั้น (Cohen’s d = ระหว่าง 0.70 ถึง 0.87) RTP สะท้อนหน้าที่การบริหารจัดการสมอง (Cohen’s d = ระหว่าง 0.05 ถึง 0.78) และ AA สะท้อนความผาสุก (Cohen’s d = ระหว่าง 0.12 ถึง 0.51) เพิ่มขึ้นหลังฝึกในกลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่มและแตกต่างกันระหว่างหลังฝึกในกลุ่มทดลองเฉพาะค่าเฉลี่ยดัชนี TGR และ AA และกลุ่มทดลอง หลังได้รับการฝึกด้วยแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนฯ มีเครือข่ายการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมองขณะทำกิจกรรมทดสอบหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุก แตกต่างกับกลุ่มควบคุม