การพัฒนาโปรแกรมความเป็นจริงเสมือนสาหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด การพัฒนาหน้าที่การบริหารจัดการสมอง เป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน ชะลอ และส่งเสริมการใช้ชีวิตประจำวันของ ผู้สูงอายุมากกว่าการพัฒนาสมองในด้านอื่น ดังนั้นการวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมความเป็นจริงเสมือนโดยบูรณาการทฤษฎีความจำขณะคิดเกี่ยวกับภาพและมิติสัมพันธ์ร่วมกับทฤษฎีการปรับตัวด้านการเคลื่อนไหวและจำภาพสำหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุและ 2) เปรียบเทียบผลการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมก่อนและหลังการทดลองกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ อายุระหว่าง 60 - 69 ปี จำนวน 60 คน ในจังหวัดชลบุรีและมีคะแนนการทดสอบจากแบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย (MMSE-T 2002)ของกรมสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เครื่องมือหลักที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) โปรแกรมความ เป็นจริงเสมือน ซึ่งมีผลการประเมินความเหมาะสมในระดับมากจากผู้เชียวชาญ (S-CVI= .92 และCVI แต่ละข้อมากกว่า .80) และ 2) แบบทดสอบมาตรฐานการเพิ่มหน้าที่บริหารจัดการสมองวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย t-test ANOVA และขนาดอิทธิพล ผลการวิจัย ปรากฏว่า 1) โปรแกรมความเป็นจริงเสมือนโดยบูรณาการทฤษฎีความจำขณะคิดเกี่ยวกับภาพและมิติสัมพันธ์ร่วมกับทฤษฎีการปรับตัวด้านการเคลื่อนไหวและจำภาพสำหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุ ผ่านกระบวนการหาคุณภาพเครื่องมือการตรวจสอบความตรง การทดสอบโปรแกรม การทดลองใช้จริง และการประเมินการใช้งานมีความเหมาะสมระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโปรแกรมความเป็นจริงเสมือนที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุ พบว่า ความสามารถทั้งสามด้านของหน้าที่การบริหารจัดการสมองเพิ่มขึ้นทุกด้านในกลุ่มทดลองหลังฝึก ได้แก่ 1) ความยับยั้งชั่งใจ 2) การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และ 3) การปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม โดยคะแนนการตอบถูกเพิ่มขึ้นในกลุ่มทดลองเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังฝึก ส่วนความเร็วในการตอบสนองใช้เวลามากขึ้นในกลุ่มทดลองหลังฝึกภาครัฐบาล/ เอกชน สามารถนำข้อมูลผลการวิจัย ไปประกอบการวางแผนกำหนดเป็น หลักสูตรอบรมรมระยะสั้น และการบริการวิชาการ อบรม สัมมนาประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการรับรู้ ความเข้าใจทางการเพิ่มหน้าที่บริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่มีลักษณะเป็นโปรแกรมความเป็นจริงเสมือนได้หรือต่อยอดสร้างนวัตกรรมแบบพลิกผันเพื่อสร้างประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือนวัตกรรมแบบยั่งยืนต่อไปอีกทั้งบุคคลากรทางการแพทย์ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการทำการวิจัย และนำผลการวิจัยทั้งในส่วนการพัฒนาโปรแกรมความเป็นจริงเสมือน เพื่อเพิ่มหน้าที่การบริหารการจัดการสมองในผู้สูงอายุได้ คำสำคัญ: หน้าที่การบริหารจัดการสมอง/ ผู้สูงอายุ/ โปรแกรมความเป็นจริงเสมือน