การพัฒนาวิธีการกระตุ้นความจำเชิงบวกด้วยสิ่งเร้าพหุสำหรับลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการกระตุ้นความจำเชิงบวกด้วยสิ่งเร้าพหุ (M-PMS) รวมทั้งพัฒนากิจกรรมทดสอบภาวะซึมเศร้า (Depression task; DT) และการตระหนักรู้ในอารมณ์ (Emotional awareness task; EAT) แบบบูรณาการพหุประสาทสัมผัส และศึกษาผลของ M-PMS ต่อการ ลดภาวะซึมเศร้า กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ที่มีภาวะซึมเศร้าระดับเล็กน้อย จำนวน 57 คน กลุ่ม ทดลองจำนวน 29 คน ได้รับการบำบัดด้วย M-PMS และกลุ่มควบคุมจำนวน 28 คน ได้รับการบำบัดด้วย สุขภาพจิตศึกษา เครื่องมือวัดผลตัวแปรตาม คือ แบบประเมินภาวะซึมเศร้า (BDI-II ) กิจกรรม DT และ กิจกรรม EAT ผ่านจอคอมพิวเตอร์พร้อมวัดคลื่นไฟฟ้าสมองด้วย Emotiv EPOC Neuroheadset วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้ Chi-square, t-test, MANOVA และขนาดอิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาวิธีการบำบัดด้วย M-PMS เป็นการบำบัดที่บ้านและติดตามทาง อินเตอร์เน็ตโดยฝึกปฏิบัติทางกระดาษและคอมพิวเตอร์ช่วยฝึก มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาและความเที่ยงใน ระดับมาก กิจกรรมทดสอบ DT และ EAT กลุ่มที่ได้รับ M-PMS มีภาวะะซึมเศร้าน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับ สุขภาพจิตศึกษาในระยะหลังการทดลอง (p<.05) ผลของ DT และ EAT พบว่ากลุ่มทดลองมีความถูกต้อง ของการตอบสนองด้วย DT มากกว่ากลุ่มควบคุมในหลังการทดลอง มีขนาดอิทธิพลระดับมาก (ES=.78) แต่ ความถูกต้องของการตอบสนองด้วย EAT ไม่แตกต่างกัน ค่าพลังงานสัมพัทธ์ของคลื่นไฟฟ้าสมองย่าน Alpha ขณะทำกิจกรรมทดสอบ DT หลังการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุม แต่ค่าพลังงานสัมพัทธ์ ของคลื่นไฟฟ้าสมองย่าน Beta กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ตำแหน่งขั้วไฟฟ้า F3 (p<.05) ค่าพลังงาน สัมพัทธ์ของคลื่นไฟฟ้าสมองย่าน Beta ขณะทำกิจกรรมทดสอบ EAT หลังการทดลองพบว่ากลุ่มทดลองสูง กว่ากลุ่มควบคุมที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน