ผลของโปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีลักษณะทางชีวสังคมและการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวต่างกัน 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และ 4) เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ร่วมระหว่างการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวกับโปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งดำเนินการวิจัย 2 ระยะโดยการวิจัยระยะที่ 1 เป็นการศึกษาเชิงสหสัมพันธ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน และการวิจัยระยะที่2 เป็นการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มตัวอย่างถูกสุ่มจำแนกเข้ากลุ่ม (random assignment) กลุ่มทดลองจำนวน 28 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 30 คน โปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองมีทั้งหมด 5 กิจกรรม ระยะเวลา 5 สัปดาห์ทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .939 และแบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .988 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติt-test สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมแบบสองทาง ผลการศึกษาพบว่า 1) ระดับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่ วยโรคหลอดเลือดสมองอยู่ในระดับค่อนข้างมาก (mean=4.16, SD = 0.753) 2) ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีลักษณะทางชีวสังคมที่แตกต่างกันได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา สิทธิการรักษา ระยะเวลาการเจ็บป่วย ลักษณะการอยู่อาศัย ประวัติโรคประจำตัว รายได้และร่างกายข้างที่ได้รับผล กระทบจากโรคหลอดเลือดสมองพบว่ามีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพไม่แตกต่างกัน 3) ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวในระดับสูงมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพสูงกว่ากลุ่มที่มีการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p< .05) 4) ผลของโปรแกรมพบว่าภายหลังสิ้นสุดโปรแกรมผู้ป่วยที่เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมและสูงกว่าในระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p< .05) และ5) พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างการได้รับ/ไม่รับโปรแกรมการฝึกสติร่วมกับการกำกับตนเองและการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวมีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง