การพัฒนาโปรแกรมการฝึกชกมวยที่บ้านต่อประสิทธิภาพการทำงานของลำตัวและการทรงตัวในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของโปรแกรมการฝึกชกมวย ร่วมกับการฝึกการทรงตัวและการควบคุมการทำงานของลำตัวที่บ้านเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ต่อประสิทธิภาพการทำงานของลำตัว การทรงตัว การกลัวการล้ม และความพึงพอใจต่อโปรแกรมการฝึก ในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรังครั้งแรก ที่สามารถยืนได้โดยปราศจากเครื่องช่วยเป็นเวลา 10 นาที อาสาสมัครจำนวน 18 คน ถูกสุ่มเข้ากลุ่มทดลอง (n=9) และกลุ่มควบคุม (n=9) กลุ่มทดลองได้รับการฝึกการทรงตัวและการควบคุมการทำงานของลำตัว เป็นเวลา 35 นาที ร่วมกับการฝึกชกมวย 25 นาที ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการฝึกการทรงตัวและการควบคุมการทำงานของลำตัว เป็นเวลา 60 นาที จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ประเมิน Trunk Impairment Scale (TIS), Mini-Balance Evaluation Systems Test (Mini-BESTest), The Activities-specific Balance Confidence Scale (ABC) และ Physical Activity Enjoyment Scale (PACES) ก่อนและหลังเข้าร่วมการศึกษาที่ 2, 4 และ 6 สัปดาห์ ทดสอบความแตกต่างระหว่างตัวแปรก่อนและหลังการฝึกภายในกลุ่มโดยสถิติ Wilcoxon Signed Ranks test และระหว่างกลุ่มโดยสถิติ Mann-Whitney U test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนน TIS และ Mini-BESTest เพิ่มขึ้นจาก 13 และ 14 เป็น 17 และ 22 (p=0.01, 0.03 ตามลำดับ) และกลุ่มควบคุมคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 15 และ 17 เป็น 17 และ 20 (p=0.01, 0.02 ตามลำดับ) แต่ไม่พบความแตกต่างกันระหว่างทั้งสองกลุ่ม สรุปว่าโปรแกรมการฝึกชกมวย ร่วมกับการฝึกการทรงตัวและการควบคุมการทำงานของลำตัวไม่แตกต่างกับการฝึกการทรงตัวและการควบคุมการทำงานของลำตัวเพียงอย่างเดียว